นเขยของเขา ไม่เหมาะสมกับลูกสาวของเขา ดังนั้นจึงได้ขัดขวางทุกทาง
สำหรับหลิงอวี่สวิ๋นแล้วเย่เทียนเฉินกลับไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น แต่เกิดเป็นคนต้องมีความทะเยอทะยาน ผู้อาวุโสตระกูลหลิงจะดูถูกกันเกินไปแล้ว ตนเองยังไม่ได้ล่วงเกินเขา เขาก็ดูถูกตนเช่นนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นจากที่หลัวเยี่ยนกล่าว ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ตระกูลหลิงและตระกูลเย่ไม่เลวเลย ถึงแม้จะไม่ได้ไปมาหาสู่กันหลายปี ก็ไม่ถึงกับต้องปล่อยให้ตระกูลหลิงดูถูกตระกูลเย่ขนาดนี้หรอก?
“เอาแบบนี้แล้วกัน แกกลับไปบอกนายท่านหลิงว่าว่างๆ ฉันจะไปคุยกับเขาที่ตระกูลหลิงสักหน่อย เรื่องของหนุ่มสาว ผู้ใหญ่อย่าได้วุ่นวายให้มากเกินไปนัก!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“แก…”
“ยังไม่ไปอีก หรือต้องการให้ฉันฆ่าแก?” เย่เทียนเฉินเอ่ยปากพูดอย่างเย็นชา
เมื่อปล่อยชายสวมเสื้อยืดสีดำไปแล้ว เย่เทียนเฉินก็รู้สึกหดหู่จริงๆ เดิมทีเขาเป็นคนที่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองตนอย่างไร เช่นเดียวกับที่คำโบราณได้กล่าวไว้ เดินทางของตนเองไปซะ แล้วทำให้คนอื่นรู้สึกกล้ำกลืน เพียงแต่การมีคนดูถูกตน ก็ทำให้ไม่พอใจมากจริงๆ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ เย่เทียนเฉินก็เปิดตู้เย็นออก ปรากฏว่ามีจานผลไม้อยู่ไม่ต่างจากที่เขาคาด การที่ฉีหรูเสวี่ยอยู่ที่ตระกูลเย่ก็มีข้อดีเช่นนี้เอง ชอบทำเรื่องเล็กๆ อย่างเตรียมผลไม้อะไรแบบนั้น จะอย่างไรนี่ก็เป็นงานอดิเรกของเธอ และมันก็กลายเป็นอาหารมื้อดึกของเย่เทียนเฉินทั