ายฉบับหนึ่งเท่านั้น ด้านบนเขียนเอาไว้ว่า “ถึงเย่เทียนเฉิน”
เย่เชี่ยนเหวินหยิบจดหมายขึ้นมา รู้สึกแปลกใจมาก ยุคนี้แล้วยังมีใครส่งจดหมายอีก? ยิ่งไปกว่านั้นเอาจดหมายมาวางไว้หน้าประตูแล้วก็จากไป คนที่ส่งจดหมายจะสะเพร่าเกินไปหรือเปล่า? บนจดหมายเขียนว่าถึงพี่ชาย ถ้าไม่กลัวว่าพี่ชายจะโกรธ เย่เชี่ยนเหวินก็อยากจะเห็นจริงๆ ว่าด้านในเขียนอะไรเอาไว้ เป็นใครที่ส่งจดหมายลึกลับนี้มากันแน่
“เชี่ยนเหวิน ใครมาเหรอ?” หลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ประตูคฤหาสน์แล้วเอ่ยถาม
“ไม่มีใคร มีแค่จดหมายฉบับเดียว!” เย่เชี่ยนเหวินปิดประตูคฤหาสน์ เดินกลับมาพลางพูดขึ้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เชี่ยนเหวิน เย่เทียนเฉิน หลัวเยี่ยนและฉีหรูเสวี่ยก็รู้สึกสงสัยและแปลกใจ วางตะเกียบและถ้วยลงแล้วพากันเดินมาที่ห้องโถง มองจดหมายสีขาวในมือของเย่เชี่ยนเหวิน เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว สัญชาตญาณบอกเขาว่า ผู้มาเยือนไม่ได้มาดี
“เทียนเฉิน ใครส่งจดหมายให้ลูกกัน?” หลัวเยี่ยนมองจดหมายฉบับนั้นแล้วเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ในยุคปัจจุบันจะยังมีใครใช้จดหมายกันอยู่อีก แค่เรื่องที่มาส่งจดหมายตอนดึกๆ ดื่นๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้คนอื่นสงสัยได้แล้ว
เย่เทียนเฉินรับจดหมายมาจากในมือของเย่เชี่ยนเหวิน เขาเองก็สงสัยเช่นกัน ทันใดนั้นเอง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสของพลังงานอันแปลกประหลาดจึงขมวดคิ้วขึ้น จากนั้นจึงพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม “แม่ครับ ผมขึ้นไ