่พูดอะไร หลัวเยี่ยนก็รีบหันไปพูดกับฉีหรูเสวี่ยที่อยู่ด้านข้าง “หรูเสวี่ยก็พูดอะไรหน่อยเถอะ เทียนเฉินก็จะขี้งกเกินไปแล้ว”
“ใช่แล้วพี่สาวหรูเสวี่ย พี่เองก็ว่าพี่ชายบ้างเถอะ เขาจะขี้เหนียวเกินไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งขี้เหนียวกับน้องสาวมาก…แบร่!” เย่เชี่ยนเหวินพูดพลางหันไปแลบลิ้นให้เย่เทียนเฉิน จงใจยั่วโมโห
“อา…” ฉีหรูเสวี่ยชะงักไป แก้มเล็กๆ แดงระเรื่อ กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอยังคงจมอยู่ในความกระอักกระอ่วนเมื่อสักครู่นี้อยู่
“แม่ น้อง พวกแม่เห็นไหม? มีแต่พวกคุณแม่สองคนที่บอกว่าผมขี้งก ไปบอกให้หรูเสวี่ยพูด เธอก็พูดไม่ออกใช่ไหม? ความจริงผมคนนี้ใจกว้างมาก แต่พวกแม่คิดเล็กคิดน้อยเกินไป!”
เย่เทียนเฉินส่ายหน้า พูดจาให้ตัวเองสบายใจ ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกเสียดายที่จะให้แม่และน้องใช้เงิน แต่เป็นเพราะเหมือนที่เขากล่าวกันว่า สำหรับเย่เทียนเฉินแล้วยิ่งเงินเยอะก็ไม่มีประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย ไม่มีเรื่องอะไรที่จะสำคัญกว่าครอบครัว เพียงแต่ด้วยนิสัยของเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องของขวัญอะไรนี่เลย ยิ่งไปกว่านั้นอีคิวของเขาก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ ไม่คิดเรื่องซื้อของอะไรโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เห็นแม่และน้องร่วมมือกันรุมตัวเองก็รีบแก้ตัวออกมา
ไหนเลยจะรู้ว่า ในตอนที่เย่เทียนเฉินกำลังได้ใจ เตรียมจะหมุนตัวเดินไปนั้น ฉีหรูเสวี่ยจะพูดขึ้นว่า “นี่ ก่อนหน้านี้นายแอบกินกุ้งมังกรของฉัน ตอนนี้ยังแอบกินเนื้อที่ฉันท