วมเข้ากับเนื้อตุ๋นหัวไชเท้าที่ฉีหรูเสวี่ยทำซึ่งอร่อยเลิศเป็นอย่างมาก ทำให้ทุกคนกินข้าวกันอย่างมีความสุข มีหลายครั้งที่เย่เชี่ยนเหวินแย่งเนื้อมาจากในถ้วยของเย่เทียนเฉิน ทำให้เย่เทียนเฉินโกรธจนพูดอะไรไม่ออก
“เทียนเฉิน กินข้าวเสร็จลูกก็ไปเดินเล่นกับหรูเสวี่ยสักหน่อยเถอะ ถึงแม้หรูเสวี่นจะอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ของพวกเรามาระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเขตคฤหาสถ์นี้ ลูกพาไปเดินดูรอบๆ สักหน่อยแล้วกัน!” หลัวเยี่ยนเอ่ยปากพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณน้า หนูเดินไปดูเองก็ได้!” ฉีหรูเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มหวานเยิ้ม
“จะทำอย่างนั้นได้ยังไง หนูเป็นแขก ให้เทียนเฉินไปเดินรอบๆ เป็นเพื่อนเถอะ ถ้าเด็กคนนี้กล้ารังแกหนู หนูก็มาบอกน้าได้เลย น้าจะจัดการเขาให้!” หลัวเยี่ยนจ้องไปยังลูกชายของตนแล้วพูดขึ้น
เย่เทียนเฉินรู้สึกอับจนคำพูดโดยสิ้นเชิง เขารู้ว่าแม่และน้องสาว อีกทั้งยังมีฉีหรูเสวี่ย ผู้หญิงสามคนนี้อยู่ฝ่ายเดียวกัน ตนเองพูดไปจะไม่นับเป็นการหาเรื่องหรือไง? หุบปากกินเนื้อตุ๋นหัวไชเท้าเลิศรสไปเงียบๆ จะดีกว่า!
…………………..