“แม่ครับ ผมกับหรูเสวี่ยเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นแบบที่พวกแม่คิด แล้วเมื่อกี้เชี่ยนเหวินก็เข้าใจผิด เมื่อกี้ไม่ทันได้ระวังก็เลย…” เย่เทียนเฉินพูดขัดคำพูดของหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ เขาไม่อยากถูกแม่และน้องสาวเข้าใจผิดต่อไป หากปล่อยไว้นานจนคนในบ้านเห็นด้วย จะต้องซวยแน่
“เทียนเฉิน เด็กคนนี้นี่ แม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย ลูกกับหรูเสวี่ยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแม่ก็ดีใจแล้ว ส่วนเรื่องของวัยรุ่นอย่างพวกลูก แม่จะไม่ยุ่ง แล้วก็คงยุ่งไม่ได้ด้วย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะ!” หลัวเยี่ยนก็พูดขัดคำพูดของเย่เทียนเฉินเช่นกัน
“แม่ครับ ความหมายของผมก็คือ…”
“เอาล่ะ แม่รู้แล้ว ปล่อยมันไปเถอะ ลูกกินอิ่มแล้วแต่พวกเรายังหิวอยู่นะ!”
หลัวเยี่ยนไม่ให้โอกาสเย่เทียนเฉินพูดต่อไปอีก เธอย่อมมองความคิดของลูกชายออก และรับรู้ความรู้สึกของฉีหรูเสวี่ยด้วย จึงไม่อยากให้ลูกชายพูดต่อไป ประการแรกก็เพราะไม่อยากให้ฉีหรูเสวี่ยต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอาย ไม่อยากทำให้เด็กสาวที่ทั้งเฉลียวฉลาดรู้ความและทั้งหน้าตาสวยงามคนนี้ต้องปวดใจ ประการที่สองก็เพราะรู้ว่า ในตอนนี้เย่เทียนเฉินผู้เป็นลูกชายยังไม่มีความรู้สึกอะไรกับฉีหรูเสวี่ย ไม่มีความรักหนุ่มสาวอะไรเลย รวมกับที่ลูกชายมีอีคิวต่ำมาโดยตลอด ดังนั้นหลัวเยี่ยนจึงต้องการให้โอกาสลูกมากๆ หน่อย ความรู้สึกจะต้องได้รับการบ่มเพาะ รักแรกพบก็เป็นแค่เรื่องเล่าขานเท่านั้น
“นี่…”
“เชี่ยนเหวิน