ป็นน้อง จงใจพูดหยอกล้อออกมา
เย่เชี่ยนเหวินชะงักไป รีบเดินไปนั่งข้างเย่เทียนเฉิน ดึงแขนเย่เทียนเฉินอย่างไม่สบอารมณ์ มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดันแล้วกล่าวขึ้นว่า “พี่ ตอนพี่ไม่พูดก็ยังดี แต่พอพูดแล้วทำให้หนูและแม่ไม่พอใจมาก หึ!”
“ไม่พอใจมาก? นี่ เงินค่าขนมที่ใช้ทุกเดือนไม่พอหรือไง เงินพวกนั้นก็เป็นเงินที่พี่สนับสนุนให้เธอไม่ใช่เหรอ? เธอยังมาไม่พอใจพี่อีก บนโลกนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่ไหม?” เย่เทียนเฉินมองท่าทางน่ารักของผู้เป็นน้องแล้วกล่าวขึ้นด้วยท่าทางรับไม่ได้
“พี่ พี่ยังกล้าพูดอีกว่าเป็นเงินสนับสนุนที่พี่มอบให้หนูทุกเดือน มีครั้งไหนบ้างที่หนูกินแกลบจนแทบจะทนไม่ไหวจนต้องหน้าด้านไปขอจากพี่ พี่ถึงจะให้? มีหลายครั้งที่พี่ให้หนูมาแค่หยวนสองหยวน พี่ยังเป็นประธานกรรมการเครือไห่หวางที่สง่าผ่าเผยอยู่หรือเปล่า? ที่สำคัญก็คือพี่เป็นถึงประธานกรรมการ อย่างน้อยก็มีค่าถึงร้อยล้านละมั้ง? แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยซื้อของขวัญให้หนูและแม่เลย จะเกินไปแล้ว หึ!” เย่เชี่ยนเหวินทำแก้มป่องอย่างน่ารัก มองไปยังเย่เทียนเฉินผู้เป็นพี่อย่างดุดันแล้วกล่าวขึ้น
แน่นอนว่าเย่เชี่ยนเหวินไม่ได้ไม่พอใจพี่ชายเพราะความขี้เหนียวของเขาจริงๆ เพียงแต่อยากจะหยอกล้อกันเล่นเท่านั้น ทำให้พี่มีอีคิวเพิ่มมากขึ้นสักหน่อย ความจริงจนถึงตอนนี้เย่เทียนเฉินก็เปลี่ยนไปมาก แต่เพราะเรื่องในสมัยก่อนทำให้หลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่และเย่เชี่ยนเหว