“แม่ครับ ผมไม่เป็นไรอย่ากังวลไปเลย!” เย่เทียนเฉินเดินออกมาจากฝุ่นควัน พูดพลางยิ้มให้หลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่
ตกตะลึง หวาดกลัว ยากที่จะเชื่อ ทุกคนต่างมองเย่เทียนเฉินอย่างตกใจจนตาค้าง เดิมทีเขาสามารถสู้กับเปาเทียนหลงจนถึงขั้นที่พื้นรอบๆ กลายเป็นเศษซากได้นั้น ก็ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านแล้ว เดิมทีคิดว่าการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเปาเทียนหลง การใช้หมัดเทพปราณฟ้าออกไปจะต้องสามารถฆ่าเย่เทียนเฉินได้อย่างแน่นอน เมื่อเห็นมือขวาของเปาเทียนหลงบิดเบี้ยวผิดรูปไป มีลักษณะของอาการกระดูกหักหลายท่อน ทุกคนต่างก็รู้สึกตกตะลึงอย่างหาใดเปรียบ แต่ทั้งหมดต่างก็คิดว่าเปาเทียนหลงจะต้องสามารถฆ่าเย่เทียนเฉินได้ด้วยหมัดนี้แน่นอน นี่ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ไหนเลยจะรู้ว่าเย่เทียนเฉินจะถึงกลับเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มไร้พิษสง
“แกแข็งแกร่งมาก!” เปาเทียนหลงพูดออกมา คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงทุกอย่าง นี่คือความรู้สึกที่เขามีต่อเย่เทียนเฉิน และเป็นการประเมินที่เขาซึ่งเคยเป็นขุนพลระดับทัพฟ้ามีต่อเย่เทียนเฉิน
“แกเองก็ไม่เลวเหมือนกัน คิดดีแล้วหรือยัง มาเป็นลูกน้องของฉันเถอะ ติดตามฉันเป็นไง?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
ใครก็คิดไม่ถึงว่า หลังจากที่เย่เทียนเฉินและเปาเทียนหลงต่อสู้กันครั้งใหญ่ ประโยคแรกที่พูดกับเปาเทียนหลงจะเป็นคำพูดที่ต้องการรับเปาเทียนหลงเป็นลูกน้อง นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจมาก ในสายตาของคนรอบๆ กา