ลหลัวเป็นครอบครัวของตน มีหลายครั้งที่ขอให้ตัดเงินเดือนตนเอง บอกว่าตนเองแก่แล้ว มีเงินมากมายขนาดนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ ความสัมพันธ์นี้หลัวเหยียนซงย่อมรู้จักรักษาเอาไว้ให้ดี
ทุกคนที่อยู่ที่นี่นอกจากหลัวเยี่ยนและหลัวเหยียนซงแล้ว ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มองลุงหวังเป็นคนกันเอง หลายคนมองลุงหวังเป็นคนรับใช้ กระทั่งเห็นลุงหวังเป็นสุนัขตัวหนึ่งเหมือนกับที่หญิงชั่วอย่างหลัวเสียนเม่ยคิดเสียด้วยซ้ำ ไม่มีความเป็นมนุษย์และมนุษยธรรมเลยแม้แต่น้อย
“ไสหัวออกไป หากฉันรู้ว่าแกก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ก็ไสหัวกลับตระกูลจางไปซะ ตระกูลหลัวของฉันไม่มีลูกหลานแบบแก!” หลัวเหยียนซงด่าหลัวเสียนเม่ยอย่างรุนแรง
หลัวเสียนเม่ยลุกขึ้นยืน มองไปยังเย่เทียนเฉินและหลัวเยี่ยนด้วยความเคียดแค้นอย่างหาใดเปรียบ พาใบหน้าที่ถูกตบจนบวมของตนและลูกชายที่หน้าบวมเป็นหมูเช่นเดียวกันเดินคอตกออกไป เมื่อผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มา ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรมั่วซั่วแม้แต่คนเดียว รวมไปถึงหลัวฉีที่ยโสจนไม่เห็นหัวใครก็ยังยืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแสดงความโมโหออกมาแม้แต่น้อย
หลัวเหยียนซงมองหลัวเยี่ยน จากนั้นจึงมองไปยังเย่เทียนเฉิน ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ ทำเพียงเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้กลางห้องโถง พูดกับเปาเทียนหลงซึ่งเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งตระกูลหลัวว่า “ไม่ต้องการคนมากมายขนาดนี้หรอก แกกับคนอีก 2-3 คนอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”
“ครับนายท่าน!” เปาเ