ัวฉีมองเย่เทียนเฉินอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น
เย่เทียนเฉินมหลัวฉีแวบหนึ่ง แสร้งทำสายตาไม่สบอารมณ์ ขมวดคิ้วอย่างนึกสนุกแล้วพูดขึ้นว่า “แกกำลังพูดอยู่หรือไง? แม่งเอ๊ย แกไม่พอใจก็ไสหัวออกมาให้บิดานี่…”
“แก…”
หลัวฉีโกรธจนแทบจะกระอักเลือด จะอย่างไรตัวเองก็จะต้องกลายเป็นผู้นำตระกูลหลัวคนต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นตนนั่งอยู่ตรงตำแหน่งกลางสุดก็ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไร นี่เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่กล้าล่วงเกินตนเอง แต่เย่เทียนเฉินถึงกับกล้าทำท่าไม่พอใจแบบนี้ ทำให้หลัวฉีอดไม่ได้ที่จะโกรธจนแทบเต้นเร่าๆ
“อย่ามาแกๆ ฉันๆ อะไรอยู่เลย มีความสามารถก็มาสู้กันตัวต่อตัว บิดาจะอัดแกให้เอ๋อไปเลย!” เย่เทียนเฉินยังคงพูดต่อไปอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนตระกูลหลัวกลุ่มนี้ เย่เทียนเฉินก็ไม่อยากพูดอะไรให้มากความ กับคนพวกนี้ไม่มีอะไรต้องพูด ถ้าคุณไม่แสดงความแข็งแกร่ง พวกเขาก็จะถือโอกาสนี้กัดกินคุณ ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงเลือกที่จะลงมือ ลงมืออย่างเฉียบคม ถ้าไม่สั่งสอนคนพวกนี้สักหน่อย พวกเขาก็จะไม่หวาดกลัว และจะไม่ยอมปล่อยตนและแม่ออกไปแน่
“ดีๆ ๆ …น้องสาว ในเมื่อลูกของแกร้ายกาจขนาดนี้ โอหังขนาดนี้ ก็อย่ามาตำหนิพี่ใหญ่อย่างฉันว่าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน ฉันจะให้แกรู้ถึงกฎบ้านตระกูลหลัว ให้แกได้รู้ว่าคำว่าตายสะกดยังไง!” หลัวฉีมีสีหน้าดุดัน มองไปยังหลัวเยี่ยนแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธจนกลายเป็นรอยยิ้ม
“บิดาบอ