งที่เขาพูดขึ้นมาเป็นคนแรก เจตนาของเขานั้นทุกคนต่างก็ดูออก เขากลัวว่าคุณพ่อจะยอมรับให้หลัวเยี่ยนอยู่ด้วยกันกับเย่หง ตอนนั้นคุณย่าก็ยังยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับหลัวเยี่ยน หากว่าคุณพ่อเองก็ยอมรับ เย่หงก็เป็นไปได้มากกว่าจะกลายเป็นลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านตระกูลหลัว เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็ไม่มีทางควบคุมอำนาจส่วนใหญ่ของตระกูลหลัวได้ และความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นผู้ควบคุมตระกูลหลัวก็น้อยลง
ไม่กล่าวไม่ได้ว่าคุณพ่อของหลัวเยี่ยน หลัวเหยียนซง เป็นผู้ชายที่เข้มงวดและมีความสามารถคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเมื่อปีนั้นจะไม่เห็นด้วยพี่จะให้หลัวเยี่ยนแต่งงานกับเย่หง แต่ว่าในด้านของการสั่งสอนและการควบคุมคนรุ่นหลังก็เข้มงวดจริงจังเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ใช่คนที่เหลิงในอำนาจ ตอนนั้นพี่ชายของหลัวเยี่ยนเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่ยอมเรียนไร้ซึ่งความรู้ หลัวเหยียนซงจึงได้พูดประโยคหนึ่งต่อหน้าคนตระกูลหลัวทั้งตระกูลว่า ผู้ที่จะมาเป็นหัวเรือใหญ่ของตระกูลหลัว ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสายเลือดของคนตระกูลหลัวเสมอไป ตระกูลหลัวของพวกเราเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ จำเป็นที่จะต้องมีบุคคลผู้มีความสามารถคนหนึ่งมาเป็นหัวเรือใหญ่ ไม่ต้องการพวกไร้ประโยชน์
เพราะประโยคนี้พี่ชายใหญ่ของหลัวเยี่ยนจึงตกตะลึง เดิมทีเขาคิดว่าตนเองเป็นหลานชายคนโตของตระกูลหลัว ไม่ว่าจะอย่างไรพ่อก็ทำได้เพียงมอบตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของตระกูลหลัวให้เขา และด้วยอำนาจและอิทธิ