จโอบอ้อมอารีของผู้เป็นหมอที่ประดุจดั่งบุพการีต่างก็ปรากฏอยู่ในนี้แล้ว
“ผู้อาวุโสจาง ผมขอเตือนคุณไว้สักหน่อย ผู้ป่วยที่ผมคิดจะเชิญคุณไปรักษานั้นป่วยเป็นโรคมะเร็ง และยังเป็นระยะสุดท้ายด้วย มีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน!” เย่เทียนเฉินเดินไปเบื้องหน้าจางอีเต๋อ มองจางอีเต๋อแล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน โรคมะเร็งเป็นโรคที่ในสังคมปัจจุบันนี้รักษาไม่หาย ผมเองก็ไม่แน่ว่าจะทำได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถทำให้เธอมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกหลายปี นี่เป็นข้อจำกัดที่สุดแล้ว!” จางอีเต๋อกล่าวตามจริง
เย่เทียนเฉินพยักหน้า เขารู้ว่าจางอีเต๋อไม่ได้พูดโกหก โรคมะเร็งในช่วงยุคสิ้นโลกอาจจะไม่นับว่าเป็นอะไรได้ แต่หากต้องการรักษาให้หายในโลกแห่งนี้นับเป็นเรื่องเพ้อฝันอย่างแน่นอน ปัญหาที่สำคัญก็คือขาดแคลนยารักษาโรคประเภทนี้ ไม่เหมือนกับในช่วงยุคสิ้นโลกที่มีความพิสดาร มีกระทั่งยาที่สามารถทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้
จางอีเต๋อและเย่เทียนเฉินเดินออกมาจากลานบ้านตระกูลจาง ในตอนที่พวกเขาเพิ่งจะเดินไปถึงประตูนั้น จางรั่วถงก็ตามมา ในมือถือกล่องข้าวกล่องนึง เธอส่งไปให้เย่เทียนเฉินแล้วพูดว่า “พี่เทียนเฉิน หนูเห็นว่าพี่ชอบกินเนื้อกระต่ายน้ำแดงนี้มาก ยังเหลืออยู่อีกหน่อย พี่เอากลับไปกินเถอะ!”
“หือ? งั้น…ฉันก็เขินแย่น่ะสิ?”
เย่เทียนเฉินพูดว่าเขินไปพลาง หยิบกล่องข้าวที่จางรั่วถงส่งมาให้ไปพลาง จางรั่วถงเห็นดังนั้นก็อดไ