เฉิน เด็กหนุ่มที่วันๆ เอาแต่ล้อเล่นพูดจาเรื่อยเฉื่อยแบบเขาก็มีช่วงเวลาที่เสียเปรียบด้วย?
สำหรับยอดฝีมืออย่างเย่เทียนเฉินและจางอีเต๋อย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยกับคนธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะคนธรรมดาที่มีจิตใจดีงามแบบนี้ ผู้อื่นเขาคุยกับคุณด้วยเจตนาดี ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นมิตรมากด้วย ต่อให้จะเข้าใจผิดก็ไม่ควรที่จะไปอัดคนอื่นเขามั่วๆ
“คุณลุงคนขับรถ สายตาของคุณดีจริงๆ มองแป๊บเดียวก็รู้เลย แต่ผมกับเขาไม่ใช่ปู่หลานกัน!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“เอ๋? ขะ ขอโทษด้วยครับ ผมดูผิดไปแล้ว ขอโทษน้องชายจริงๆ !” คนขับรถแท็กซี่พูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร!” เย่เทียนเฉินพยักหน้าแล้วพูดขึ้น
“ไม่ต้องพูดถึงเขาหรอก แต่คุณเรียกผมว่าคุณปู่ก็สมควรแล้ว ผมอายุร้อยปีแล้ว พวกคุณเพิ่งจะเท่าไหร่กันเชียว รีบเรียกคุณปู่สิ!” จางอีเต๋อในตอนนี้ก็เริ่มพูดจาหยอกล้อขึ้นมา
ในตอนนี้เองทำให้เย่เทียนเฉินและคนขับรถรู้สึกอับจนคำพูด ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ ล้อเล่นน่า พวกผู้เฒ่าเหล่านี้ตอนที่คิดจะหยอกล้อขึ้นมา รับประกันได้เลยว่าไม่ว่าใครก็ต้องหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
จนกระทั่งถึงเวลาประมาณบ่ายสอง เย่เทียนเฉินและจางอีเต๋อจึงได้มาถึงโรงพยาบาลแห่งเมืองหลวง เย่เทียนเฉินโทรหาเสี้ยวหยา ให้เธอรีบมาที่โรงพยาบาลแห่งเมืองหลวง บอกว่ามีเซอร์ไพรส์ให้เธอ
เมื่อเย่เทียนเฉินพาจางอีเต๋อเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยของแม่ของเสี้ยวหยาจึงพบว่าเสี้ยวหยารออยู่ด้านใน