“คำว่าอมตะมันหนักเกินไปจริงๆ และอยู่ห่างจากพวกเราไปมาก อย่างน้อยในโลกนี้ก็ไม่อาจตามหาได้ บางทีในดาวดวงอื่นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในดวงดาวที่มีอารยธรรมที่แตกต่างออกไปอาจจะมีผู้แข็งแกร่งที่สามารถเดินบนเส้นทางแห่งความเป็นอมตะได้”
เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง นอนฟังคำพูดนี้ของจางอีเต๋ออยู่บนเตียง ในใจของเขารู้สึกสั่นไหว เขาคิดไม่ถึงเลยว่า จางอีเต๋อที่เป็นเซียนแพทย์เทวะของโลกใบนี้จะมีความคิดที่นำหน้าคนธรรมดาไปมาก ที่สำคัญก็คือทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องความอมตะของจางอีเต๋อสามารถเทียบเท่าได้กับผู้แข็งแกร่งในช่วงยุคสิ้นโลก ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ มีดวงดาวและอารยธรรมที่แตกต่างกันมากมาย ที่นั่นมียอดฝีมือที่เก่งกาจที่ไล่ตามเคล็ดลับของความเป็นอมตะมาโดยตลอด ก็เหมือนกับสังคมในยุคปัจจุบันนี้ที่มีหลายประเทศคิดจะสร้างยานอวกาศเพื่อสำรวจความลึกลับของท้องฟ้า
“อย่าคิดอีกเลย ทั่วทั้งจักรวาลมีคนที่อยู่ถึงพันปีหมื่นปี แต่ไม่มีคนที่เป็นอมตะอยู่แน่นอน ตื่นเถอะ! ”เย่เทียนเฉินหัวเราะหิๆ แล้วพูดขึ้น
“คุณรู้ได้ยังไง?” ทันใดนั้นจางอีเต๋อมองเย่เทียนเฉินแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“นี่คือความลับที่พูดไม่ได้!” เย่เทียนเฉินอยากไหลแล้วล้มหัวลงไปนอน
บทสนทนาที่พูดคุยกับจางอีเต๋อในยามค่ำคืน สร้างความสั่นสะเทือนให้เย่เทียนเฉินเป็นอย่างมาก นี่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดเรื่องเกี่ยวกับช่วงยุคสิ้นโลกให้มากขึ้น ความเป็นอมตะ เย่เ