ยุ่งเรื่องของลูกก็แล้วกัน!” หลิงเยว่อ่านหนังสือพิมพ์ พูดกับหลิงอวี่สวิ๋นโดยไม่ได้มองเธอเลย
หลิงอวี่สวิ๋นมองหลิงเยว่ผู้เป็นพ่อ เดาได้ว่าเขาต้องการที่จะพูดอะไร แต่หลิงอวี่สวิ๋นก็เข้าใจนิสัยของหลิงเยว่เป็นอย่างดี ในยามปกติสามารถพูดจาหยอกล้อกับตนเองได้ ในตอนเด็กก็เล่นกับตนบ่อยครั้ง แต่ว่าตั้งแต่ที่คุณปู่ถอยลงจากตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของตระกูลหลิง หลิงเยว่ผู้เป็นพ่อก็ต้องกลายเป็นหัวเรือตะกูลหลิงคนใหม่ ต้องคอยควบคุมสกุลหลิงที่ยิ่งใหญ่และยังต้องมาขัดแย้งกับคุณลุงคุณอาพี่ชายน้องชายที่ไม่ค่อยสามัคคีกันคนอื่นๆ อีกด้วย ถ้าหากไม่มีอำนาจควบคุมก็ไม่ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่พ่อมีท่าทีจริงจังเคร่งขรึมขึ้นมา หลิงอวี่สวิ๋นก็ไม่กล้าออดอ้อน
เธอนั่งลงตรงข้ามหลิงเยว่ผู้เป็นพ่อ ถามด้วยรอยยิ้มว่า “พ่อคะ มีเรื่องอะไรเหรอ?”
หลิงเยว่ไม่ได้ตอบในทันที แต่มองไปยังย่าขู่แล้วพูดขึ้นว่า “ย่าขู่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้คุณจับตาดูอวี่สวิ๋นให้ดี ถ้าผมไม่เห็นด้วย ก็ไม่อนุญาตให้เธอออกไปจากประตูแม้แต่ครึ่งก้าว!”
“ค่ะนายท่าน!” ย่าขู่พูดแล้วพยักหน้า
“พ่อคะ พ่อ…ทำไม…” หลิงอวี่สวิ๋นมองไปยังผู้เป็นพ่อแล้วพูดขึ้นด้วยความโกรธในพริบตา
“อวี่สวิ๋น พ่อคิดจะบอกลูก การไปมาหาสู่กับเย่เทียนเฉินไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย และไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ตระกูลเย่กลายเป็นตระกูลชั้นสามของเมืองหลวงไปนานแล้ว ไม่ว่าในด้านไหนก็ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะไปมา