นักฆ่า แต่เย่เทียนเฉินก็ทำได้แค่ขวางเขาได้แต่ก็ไม่อาจฆ่าเขาได้ ส่วนเฮยเมี่ยนคนเดียวก็สามารถรับมือกับมือสังหารชั้นยอดทั้งสามคน สามารถสู้ได้โดยไม่แพ้ และยังสังหารไปได้หนึ่งคนในชั่วพริบตา นับว่าแข็งแกร่งมากเช่นเดียวกัน
เย่เทียนเฉินนั่งลงบนเก้าอี้หิน จางอีเต๋อรีบเดินเข้ามา เพราะไหล่ซ้ายของเย่เทียนเฉินมีรอยมีดลึกอยู่หนึ่งรอย ดูเหมือนว่าเกือบจะฟันแขนซ้ายของเขาไปทั้งแขน เลือดสดๆ ไหลออกมาไม่หยุด หากเป็นแบบนี้ต่อไปเกรงว่าจะต้องเลือดไหลหมดตัวตาย
“รั่วถง รีบไปหยิบกล่องยาออกมา!” จางอีเต๋อมองบาดแผลของเย่เทียนเฉิน จากนั้นจึงขมวดคิ้วพูดกับหลานสาว
“ค่ะ!” จางรั่วถงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในห้องยา
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?” มู่หรงซินเดินเข้ามา ฟื้นคืนสู่สภาพสวยงามราวฤดูใบไม้ผลิเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ถึงแม้เย่เทียนเฉินจะมองออกนานแล้วว่ามู่หรงซินเป็นสาวงามคนหนึ่ง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเมื่อกำจัดหญ้าสยบกายาออกไปแล้ว มู่หรงซินที่หน้าแดงสุขภาพดีขึ้นมาจะงดงามมากขึ้นจนทำให้ผู้คนใจเต้น
“ไม่เป็นไร แข็งแรงเหมือนเสือเหมือนมังกรที่พาดโผน…” ในขณะที่พูดเย่เทียนเฉินยังคิดจะทำให้ผิวของเขาเปล่งแสงสักหน่อยก็ถูกจางอีเต๋อกดมือซ้ายเอาไว้
“ถ้าคุณไม่คิดอยากจะมีแค่แขนขวาไปชั่วชีวิต ทางที่ดีก็อย่าขยับ!” เขาพูดอย่างจริงจัง
เย่เทียนเฉินยิ้มให้มู่หรงซินเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงส่งสัญญาณให้มู่หรงซินที่น้ำตาคลอเบ้าว่าอย่าได้ร้องออกมา