ที่เหลือจะต้องดูแลบาดแผลให้ดีๆ!” จางอีเต๋อเปิดกล่องยาที่จางรั่วถงวางไว้บนโต๊ะหิน หยิบขวดยากระเบื้องเล็กๆ สีขาวออกมาขวดนึง เทผงยาที่ดูเหมือนยาประเภทสมานแผลลงไปบนบาดแผลบริเวณไหล่ซ้ายของเย่เทียนเฉิน
“นี่ ผมจริงจังมากนะครับ สาวงามที่วนเวียนอยู่ข้างกายผมเยอะมาก ถ้าพวกเธอเห็นจะต้องหนีผมไปไกลแน่!” เย่เทียนเฉินแสร้งพูดด้วยท่าทางจริงจัง
ในตอนนี้ทุกคนต่างก็อับจนคำพูดกับเย่เทียนเฉินและรู้สึกคาดเดานิสัยของคนๆ นี้ไม่ได้ เมื่อครู่นี้ในตอนที่ต่อสู้กับคาเมดะอิจิโร่ บรรยากาศนั้นเหมือนกับเทพแห่งความตายที่ถูกปลุกขึ้นมา ไม่มีผู้ใดกล้าขวาง แต่ตอนนี้ถึงกลับมีสีหน้าเหมือนพวกอันธพาล คนคนนี้เป็นอันธพาลหรือเทพแห่งความตายกันแน่?
“ฮ่าๆ ตระกูลเย่มีเย่เทียนเฉิน นับว่าเป็นบุญของตระกูลเย่แล้ว ฉันเชื่อว่าเย่หย่วนซานคงจะดีใจมาก!” มู่หรงอวี๋ตูพูดด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโสมู่หรง คุณอย่ามาหัวเราะผมนะ ตอนนี้พิษของหลานสาวคุณก็แก้แล้ว ชีวิตของคุณก็ปกป้องไว้ได้แล้ว ต่อไปนี้พวกเราไม่ติดหนี้กันอีก!” เย่เทียนเฉินพูดแล้วยักไหล่
“แกช่วยหลานสาวของฉันและยังช่วยชีวิตของฉันมู่หรงอวี๋ตูอีก ฉันเป็นคนรักษาคำพูด ตระกูลเย่ของแกจะกลายเป็นตระกูลชั้นหนึ่งของเมืองหลวง ยิ่งไปกว่านั้นก็จะ…”
คำพูดของมู่หรงอวี๋ตูยังไม่ทันจบก็ถูกเย่เทียนเฉินขัด เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง พูดด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ “ช่างมันเถอะ ผมไม่ชอบทำให้เรื่องมันซับซ้อน เราทั้งส