จนกระเด็นออกไป แต่จะอย่างไรเขาก็แก่มากแล้ว อายุ 70 กว่าปีแล้ว รวมกับที่ทำสงครามมาเป็นเวลานานหลายปี ทำให้การบาดเจ็บบนร่างกายมีมากจนเกินไป สามารถตอบสนองได้อย่างว่องไว ใช้เท้าเตะนักฆ่าฉันยอดจนปลิวออกไปได้คนหนึ่งก็นับได้ว่าเป็นกระบี่คมไม่เสื่อมคลายแล้ว เห็นได้ว่าเขาเป็นทหารผ่านศึกที่มีฝีมือมากคนหนึ่ง
แต่ในตอนที่มู่หรงอวี๋ตูเตะนักฆ่าคนหนึ่งจนปลิวออกไปนั้น ดาบในมือของนักฆ่าอีกคนก็ฟันตรงมายังศีรษะของเขา ประกายเย็นยะเยือกส่องสว่าง สามารถฟันคนให้ขาดครึ่งได้เลย
เคร้ง!
ในช่วงเวลาอันหวาดเสียว เฮยเมี่ยนสลัดหลุดจากนักฆ่าที่กำลังประมือด้วย รีบพุ่งไปเบื้องหน้าของมู่หรงอวี๋ตูด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ใช้มีดทหารขวางกั้นดาบในมือของนักฆ่าที่ฟันลงมา
ตอนนี้เอง นักฆ่าที่ถูกมู่หรงอวี๋ตูเตะจนปลิวออกไปก็บุกเข้ามาอีกครั้ง เฮยเมี่ยนในตอนนี้ แสดงความสามารถของเขาในฐานะที่เป็นขุนศึกระดับทัพฟ้าออกมา ต่อสู้กับยอดฝีมือชั้นหนึ่งพร้อมกันสองคน มีดในมือซ้ายขวางนักฆ่าคนนึงเอาไว้ หมัดที่มือขวาซัดเข้าไปยังนักฆ่าอีกคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็ปกป้องมู่หรงอวี๋ตูที่อยู่ด้านหลังไปด้วย ทำให้นักฆ่าทั้งสี่ตกใจจนอดไม่ได้ที่จะลอบส่งสายตาให้กัน พวกเขาคิดไม่ถึงว่า ข้างกายของมู่หรงอวี๋ตู จะมียอดฝีมือเช่นเฮยเมี่ยนอยู่ด้วย
“แกเก่งมาก แต่แกปกป้องมู่หรงอวี๋ตูไม่ได้หรอก คืนนี้เขาจะต้องตาย!” ในที่สุดคนชุดดำร่างกำยำที่ยังไม่ได้ลงมือ ก็มอง