“งั้นก็ดี คำไหนคำนั้น ผมจะร่วมมือกับคุณเพื่อรักษาพิษสยบให้มู่หรงซิน คุณก็ช่วยผมรักษาคนคนหนึ่ง และนับว่าได้ตอบแทนที่ผมช่วยชีวิตของพวกคุณสองปู่หลาน ไม่ติดค้างกัน!” เย่เทียนเฉินมองไปยังจางอีเต๋อแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ได้ ไม่ติดค้างกัน ถ้างั้นผมก็จะตอบรับคุณ ถ้าหากว่าคุณตาย ผมก็ยังจะช่วยผู้ป่วยที่คุณพูดถึงคนนั้นด้วย!” จางอีเต๋อพยักหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ดี!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา จางรั่วถงเดินออกมาจากห้องยา มองไปยังเย่เทียนเฉินแวบหนึ่ง แล้วจึงหันไปพูดกับจางอีเต๋อ “คุณปู่ เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ!”
จางอีเต๋อพยักหน้า จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน มองไปยังมู่หรงอวี๋ตูแล้วพูดว่า “ตอนนี้ผมต้องการให้ทหารของคุณไปทำเรื่องเรื่องหนึ่ง!”
“เชิญกล่าวมาเถอะ!” มู่หรงอวี๋ตูรู้ว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญ เขาจึงเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมา
ในตอนแรกเริ่มนั้น มู่หรงอวี๋ตูไม่ค่อยเชื่อใจเย่เทียนเฉินมากนัก ตอนที่เย่เทียนเฉินใช้ฝ่ามือตบมู่หรงซินหลานสาวของเขาไปครั้งหนึ่งจนทำให้เธอกระอักเลือดออกมา เขาก็มีความคิดที่จะลั่นไกฆ่าเย่เทียนเฉินแล้ว แต่สุดท้ายมู่หรงอวี๋ตูก็อดทนเอาไว้ เพราะความจริงแล้วเขาก็ไม่มีหนทางอื่นที่จะรักษาพิษสยบให้หลานสาวของเขาได้ ด้วยความสามารถของมู่หรงอวี๋ตู แพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดภายในประเทศได้มาตรวจวินิจฉัยให้มู่หรงซินก่อนหน้านี้นานแล้ว ยาที่ดีที่สุดก็ใช้ไปแล้ว แต่ยังไม่มีทางรักษาพิษสยบของ