างอีเต๋อขมวดคิ้วแล้วกล่าวขึ้น
จางอีเต๋อไม่ได้เจตนาพูดให้ตื่นตกใจ และไม่ได้กำลังพูดเกินจริง แต่เป็นแบบนี้จริงๆ หญ้าสยบกายาเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก เดิมทีคนที่ถูกพิษสยบนี้ทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น ถ้าหากคิดที่จะแก้พิษ นอกจากใช้ชีวิตแลกชีวิตแล้วก็ไม่มีวิธีอื่นอีก พูดอย่างชัดเจนก็คือ ต้องให้คนคนหนึ่งใช้ร่างกายของตัวเองดูดหญ้าสยบกายาออกมาไว้ในร่างกายของตน เพื่อที่จะแก้พิษให้คนอื่น ตัวเองจะต้องถูกพิษแทน นี่เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในการกำจัดหญ้าสยบกายา
และนี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมในตอนที่จางอีเต๋อเห็นมู่หรงซิน ต่อให้มู่หรงอวี๋ตูจะจ่อปืนที่ศีรษะของเขา ก็ไม่ยินยอมที่จะแก้พิษให้มู่หรงซิน หมอที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงจะมองว่าทุกชีวิตเท่าเทียมกัน หากจะต้องใช้ชีวิตของคนคนหนึ่งมาช่วยชีวิตของมู่หรงซินจริงๆ จางอีเต๋อทำไม่ลง เขาเดินอยู่บนเส้นทางการแพทย์มาหลายปี มีวิชาแพทย์ลึกล้ำ รวมกับที่เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษในสายรักษาที่แข็งแกร่ง สามารถกล่าวได้ว่าบนโลกนี้ไม่มีอาการป่วยใดที่เขารักษาไม่ได้ แต่หากต้องทำร้ายชีวิตของคนอื่น เพื่อช่วยเหลือชีวิตของคนอีกคนหนึ่ง จางอีเต๋อทำไม่ลงจริงๆ
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเย่เทียนเฉินถึงรู้วิธีแก้พิษหญ้าสยบกายานั้น เนื่องจากในช่วงยุคสิ้นโลก เขามีฐานะเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับพระเจ้า ต่อให้ไม่นับว่าเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้ความลับต่างๆ มากมาย ในช่วงย