คำพูดของเย่เทียนเฉินทำให้บุคคลที่อยู่ในที่นี้อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ กระทั่งมู่หรงอวี๋ตูที่เป็นทหารที่รอดชีวิตออกมาจากไฟสงครามได้ก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังเย่เทียนเฉิน เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่มีคนหนุ่มสาวทำตัวสงบนิ่งและพูดอย่างสบายๆ เช่นนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าตนเองได้เลย กระทั่งทำให้มู่หรงอวี๋ตูสงสัยว่า นี่จะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นตัวตนที่ไม่สามารถคาดเดาอายุได้หรือไม่? เหมือนกับจางอีเต๋อ?
แน่นอนว่า มู่หรงอวี๋ตูไม่รู้ว่าเย่เทียนเฉินและเฮยเมี่ยนเป็นคนที่ผู้นำสูงสุดส่งมาคุ้มครองเขา นี่เป็นความใส่ใจที่บุคคลระดับสูงของประเทศมีให้กับตระกูลมู่หรง และเป็นท่าทีของพวกเขาที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จะอย่างไรคนหลายรุ่นในตระกูลของมู่หรงอวี๋ตูต่างก็ทำเพื่อความสงบและความเป็นปึกแผ่นของประเทศ สร้างผลงานออกมามากมาย ลูกชายทั้งสี่คนก็ตายไปหมดแล้ว การเสียสละเพื่อประเทศชาติและประชาชนเช่นนี้ ควรค่าที่จะทำให้ผู้คนเคารพเลื่อมใส
“แกเป็นใคร?” มู่หรงอวี๋ตูมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยถาม
“เย่เทียนเฉิน!” เย่เทียนเฉินตอบด้วยรอยยิ้ม
“แกก็คือเย่เทียนเฉิน?” มู่หรงอวี๋ตูอดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ
คนใหญ่คนโตเช่นมู่หรงอวี๋ตูย่อมกุมข่าวสารมากมายของประเทศเอาไว้ในมือ ทุกเรื่องที่เย่เทียนเฉินแห่งตระกูลเย่กระทำหลังจากที่กลับมาเมืองหลวงต่างก็มากพอที่จะสั่นสะท้านทั้งโลกเบื้องหน้าและเบ