ตูเอ่ยปากกับผู้นำระดับสูงของประเทศ ย่อมไม่มีใครที่ไม่ตอบรับ ทหารผ่านศึกคนหนึ่งย่อมมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและหยิ่งทะนงของเขา
ในตอนนี้ มู่หรงอวี๋ตูพลันรู้สึกชื่นชมเย่เทียนเฉินขึ้นมาแล้ว ต่อให้เขาจะไม่มีความสัมพันธ์กับเย่หย่วนซานแห่งตระกูลเย่ แต่เรื่องของตระกูลเย่ จะมากจะน้อยเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง คิดไม่ถึงว่าหลานชายของตระกูลเย่ เย่เทียนเฉินคนนี้ จะมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว บางทีอาจจะสามารถมีชื่อเสียงโดดเด่นขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้
“ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นแหละ ให้ทุกคนถอยออกไปก่อนเถอะครับ เหลือไว้แค่คุณและหลานสาวของคุณก็พอแล้ว ผมต้องการคุยกับปรมาจารย์จางคนนั้นสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินมองไปยังจางอีเต๋อแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม ส่วนจางอีเต๋อในตอนนี้ก็มองเย่เทียนเฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
มู่หรงอวี๋ตูหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงโบกมือให้ทหารถือปืนทั้งหมดถอยออกไป ภายในลานบ้านของตระกูลจางที่ไม่ใหญ่โตนัก เหลือเพียงเย่เทียนเฉิน เฮยเมี่ยน มู่หรงอวี๋ตู มู่หรงซิน จางอีเต๋อ และจางรั่วถง
“หนุ่มน้อย ฉันจะพูดต่อหน้าแกอีกครั้ง ถ้าหากหลานสาวของฉันตาย ไม่ว่าพวกแกคนไหนก็ต้องตายเป็นเพื่อน!” มู่หรงอวี๋ตูมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดอย่างเย็นชา
“งั้นคุณก็ไปนั่งดื่มชาอยู่ข้างๆ ก่อน อย่ามารบกวนผม!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างไม่พอใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน เขาก็โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ ไม่ต้องพูดถึงว่าเย่เทียนเฉินเป