ินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น นี่เป็นผู้หญิงที่มีลักษณะที่ดีคนหนึ่ง เป็นหญิงงามดั่งดอกไม้บาน แต่ตอนนี้กลับมีใบหน้าซีดขาว ลมหายใจรวยระริน ไม่ว่าใครที่ได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะปวดใจ เย่เทียนเฉินเดินไปเบื้องหน้ามู่หรงซิน ย่อตัวลงนั่งแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “เธอกลัวตายหรือเปล่า?”
“ไม่กลัว!” มู่หรงซินลืมตาอย่างอ่อนล้า มองไปยังเย่เทียนเฉิน ต่อให้ชายที่อยู่ตรงข้ามจะดูแปลกหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัย เป็นความปลอดภัยที่ออกมาจากใจ
“ในเมื่อเธอไม่กลัวตาย งั้นก็ตายให้เร็วหน่อยจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด!”
ในขณะที่พูด เย่เทียนเฉินก็ใช้ฝ่ามือตบลงไปที่หน้าอกของมู่หรงซินเบาๆ ไม่นานมู่หรงซินก็หลับตาลง มุมปากมีเลือดสีดำไหลออกมา มู่หรงอวี๋ตู เฮยเมี่ยน และจางอีเต๋อ ทั้งสามคนได้เห็นดังนั้นต่างพากันตกตะลึง
“แก…” มู่หรงอวี๋ตูคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเย่เทียนเฉินพูดขัด
“ในเมื่อคุณเชื่อใจผม ก็อย่าพูดอะไร รอให้หลานสาวของคุณตายไปจริงๆ ก่อนค่อยมาคิดบัญชีกับผมก็ไม่สาย!” เย่เทียนเฉินพูดกับมู่หรงอวี๋ตูด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนเฉินกลับไปนั่งตรงข้ามจางอีเต๋ออีกครั้ง ไม่ได้พูดอะไรกับจางอีเต๋อในทันที แต่วางหมากลงไปก่อน ห้านาทีผ่านไป จางอีเต๋อก็แพ้หมากกระดานนี้แล้ว โดยที่เย่เทียนเฉินใช้กลหมากฆ่าตัวตาย ยอมละทิ้งหมากตายเพื่อชัยชนะ ทำให้จางอีเต๋อตกตะลึง มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างไม่คาดคิด
“คุณถึงกับจะใช้วิธีนี้เลยเหรอ ไม่อยากม