บบังคับคุณ แต่เป็นคุณที่บีบบังคับผม ขอเพียงคุณช่วยรักษาหลานสาวของผมให้หายดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีเอง ผมก็จะชดเชยให้คุณ!” มู่หรงอวี๋ตูพูดเสียงดัง
“ผมจะพูดอีกครั้ง ผมรักษาไม่ได้!” บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากร่างของจางอีเต๋อพลันหนักแน่นขึ้น ไม่ด้อยไปกว่ามู่หรงอวี๋ตูที่เป็นทหารผ่านศึกเลยแม้แต่น้อย
“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน ไปนำตัวมาให้ฉันซะ!”
ภายในลานบ้านของตระกูลจาง บรรยากาศเคร่งเครียดและรุนแรงเป็นอย่างมาก มู่หรงอวี๋ตูมีความคิดที่จะสั่งให้ลูกน้องยิงปืน ส่วนจางอีเต๋อก็ใช้กำลังขึ้นมาในพริบตา สลัดคราบชายชราออกไปจนทำให้ทุกคนตื่นตะลึง เย่เทียนเฉินสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ระเบิดออกมาจากร่างของจางอีเต๋อ หากว่าลงมือ เกรงว่าลานบ้านตระกูลจางแห่งนี้คงต้องนองไปด้วยฝนเลือดแน่นอน
“คุณปู่ หยะ อย่าทำให้พวกเขาลำบากใจเลย พวกเราไปกันเถอะค่ะ!” ตอนนี้เอง มู่หรงซินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นแบบพิเศษมาโดยตลอดพลันลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง สีหน้าซีดขาวเป็นอย่างยิ่ง เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา
เมื่อมองไปยังเด็กสาวที่มีอายุไล่เลี่ยกับจางรั่วถง ความสิ้นหวังหดหู่ในดวงตานั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกเสียใจจริงๆ เดิมทีควรจะเป็นช่วงเวลาที่มีชีวิตชีวาดังฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับต้องมาพบกับความยากลำบากแบบนี้ ประดุจมัจจุราชกำลังย่างก้าวเข้ามาหาเธอทีละเล็กทีละน้อย ต้องการที่จะนำชีวิตของเธอไป
“เสี่ยวซิน อย่าพูดอีกเลย ปู่จะต้องหาวิธ