ดขึ้นเรื่อยๆ มู่หรงอวี๋ตูพาทหารชั้นยอดมา เดินมาเบื้องหน้าจางอีเต๋อ เตรียมจะลงมือพาตัวจางรั่วถงไปได้ทุกเมื่อ ส่วนจางอีเต๋อก็มีบรรยากาศเปลี่ยนไป ปกป้องหลานสาวของตนไว้เบื้องหลัง สามารถที่จะระเบิดพลังลงมือฆ่าฟันได้ทุกเมื่อ เขาจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาทำร้ายหลานสาวของตนเองเป็นอันขาด
“ความจริง บางที อาจจะไม่ใช่ว่าหญ้าสยบกายาจะไม่มีทางรักษา…”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน ทุกคนต่างพากันมองไปที่เขา สายตาของจางอีเต๋อเกิดความแปลกประหลาดขึ้น เพียงแต่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น มู่หรงอวี๋ตูเองก็เต็มไปด้วยความสงสัย กระทั่งเฮยเมี่ยนก็มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดัน แล้วกัดฟันพูดขึ้นเสียงเบาว่า
“ไอ้หนูแกอย่าได้พูดจามั่วซั่ว หากว่าแกรักษาไม่ได้จะต้องตายแน่ ท่านผู้นำสูงสุดก็ช่วยแกไม่ได้!”
“ไอ้หนู ฉันไม่สนใจว่าแกจะเป็นใคร จะมีจุดประสงค์และความตั้งใจอะไร ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแก และไม่มีเวลาให้แกมาล้อเล่น ถ้าพูดจามั่วตั้วจะต้องตายแน่!” มู่หรงอวี๋ตูมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น
“อย่าเอะอะก็ขู่ว่าจะฆ่าคนอื่นสิ คุณไม่กลัวตายแล้วผมจะกลัวตายหรือไง? เกมนี้คุณเล่นไม่ได้หรอก เพราะว่ามันเกี่ยวพันกับชีวิตหลานสาวของคุณ ผมเองก็ไม่มีเวลามาล้อเล่นกับคุณเหมือนกัน ถ้าผมแก้พิษสยบของหลานสาวคุณได้ คุณจะให้เธอหมั้นกับผมหรือไง?” เย่เทียนเฉินเผชิญหน้ากับมู่หรงอวี๋ตูซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกหล่อหลอมมาจากไฟสงครามโดยไม่