้ยงข้าวสักมื้อเหรอ?”
เย่เทียนเฉินกลับไปบอกกับแม่และน้องสาวแล้วจึงตามเฮยเมี่ยนไปนั่งในรถจี๊ปทหาร นี่เป็นข้อดีของกองทัพ หากขับรถจี๊ปทหารก็ไม่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบในสถานที่หลายๆ แห่ง ลดทอนเวลาไปได้ไม่น้อย ส่วนเย่เทียนเฉินยังคงคิดวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องที่ยังไม่ได้กินข้าว
“ตอนนี้ไม่มีเวลาเลี้ยงข้าวแกหรอก ผู้อาวุโสมู่หรงไปเมืองในเขตชานเมืองก่อนแล้ว ฉันจำเป็นต้องรีบตามไป อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าแกแกคิดจะให้ผู้อาวุโสมู่หรงเลี้ยงข้าวแกหรือไง พอไปถึงที่นั่นแกก็เอ่ยปากขอท่านไปสิ!” เฮยเมี่ยนเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วสูงมุ่งออกจากเขตคฤหาสน์พลางพูดขึ้น
“เห้อ ท่าทางฉันจะเข้ากับพวกแกไม่ได้จริงๆ แย่มาก ขนาดข้าวก็ยังไม่กิน ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับทัพฟ้าก็หิวตายได้!” เย่เทียนเฉินพูดออกมาอย่างทอดถอนใจ
“ไอ้หนูเพลาๆ ลงบ้างเถอะ อย่าได้มากวนฉันขับรถ…” คำพูดของเฮยเมี่ยนยังไม่ทันจบก็ถูกเย่เทียนเฉินขัด
เนื่องจากเย่เทียนเฉินพบว่าบนที่นั่งด้านหลังมีของอยู่หลายอย่าง มีทั้งแฮมเบอร์เกอร์ โค้กกระป๋อง และไส้กรอกแฮม จึงหันไปหยิบมาโดยไม่เกรงใจและกัดกินอย่างตะกละตะกลาม
“ถึงกับซ่อนของดีๆ ขนาดนี้เอาไว้เชียว ดีที่ฉันฉลาดเลยหาเจอ!” เย่เทียนเฉินกัดกินคำใหญ่พลางพูดออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
“แก…นั่นเป็นอาหารเย็นของฉัน…เหลือไว้ให้บ้าง…”
เฮยเมี่ยนตะโกนเสียงดัง แต่เย่เทียนเฉินไม่เกรงใจเลยสักนิด จัดการทั้งแฮมเบอร์เกอร์ โค้ก และไส้กรอกแฮม