หมัดทั้งสองปะทะกัน คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่เทียนเฉินไม่ได้ถอย แต่ใช้หมัดซัดเข้ามาเช่นเดียวกัน เพราะเขาไม่เคยถอยให้กับใคร ต่อให้เป็นเย่เทียนเฉินที่หลายคนคิดว่ามีความสามารถลึกล้ำเกินคาดเดาก็ตาม นอกจากนี้เขายังคิดที่จะสู้กับเย่เทียนเฉินสักครั้งมานานแล้ว อยากจะสั่งสอนไอ้หนูนี่ว่าอย่าได้ไม่เห็นยอดฝีมือทัพฟ้าอยู่ในสายตา
เย่เทียนเฉินและคนด้านหลังที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันประหมัดกันอย่างรุนแรง ทั้งสองถูกแรงปะทะจนถอยออกไปคนละสองก้าว ต่างก็มีสภาพพอกัน แน่นอนว่าทั้งสองไม่ได้ลงมือเต็มที่
“หึ จะช้าจะเร็วฉันก็ต้องอัดแกแน่!” ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเย่เทียนเฉินแค่นเสียงเย็นออกมาครั้งหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“หือ? แกอยู่ไหนน่ะ? ทำไมฉันมองไม่เห็น? อ้อ…ที่แท้แกก็ดำเกินไปนี่เอง!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยน้ำเสียงสงสัยเต็มเปี่ยม
“แก…”
“บอกมาเถอะว่ามาหาฉันมีเรื่องอะไร? คงไม่คิดจะเลี้ยงบะหมี่ฉันใช่ไหม? บะหมี่ของเฮยเมี่ยน บะหมี่ดำ?”
เย่เทียนเฉินเล่นมุกไม่ฮาที่ดูงงๆ ออกมา บางทีหากคนอื่นมาได้ยินคงไม่ตลก แต่ชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าเขานี้กลับโกรธจนจ้องเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ต้องการที่จะลงมืออัดให้หนักๆ เพราะเขาก็คือเฮยเมี่ยนยอดฝีมือระดับทัพฟ้า
“จะช้าจะเร็วฉันก็ต้องอัดแกให้เละเป็นโจ๊ก!” เฮยเมี่ยนกำหมัดที่แข็งแกร่งดุจเหล็กจนส่งเสียงกรอบแกรบแล้วกัดฟันพูด
“มีอะไรก็พูดมา ฉันยุ่งมาก ยังต้องไปกินข้าวเย็นอีก!” เย่เทียนเฉินพูด