เย่เทียนเฉินสามารถกระทำการคนเดียวได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยการส่งเสริมของตระกูล แต่ตระกูลหลิ่วไม่เหมือนกัน หากก่อเรื่องใหญ่อะไรขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบไปถึงตระกูลหลิ่ว จะต้องใคร่ครวญให้มากสักหน่อย!” หย่งชุนไท่พูดอย่างจริงจัง
“อืม แต่ฉันเองก็ต้องออกแรงบ้าง จะอย่างไรเรื่องเมื่อปีนั้นก็ส่งผลกระทบกับพวกเราทั้งสองคน ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ส่งผลเชิงลบกับเย่เทียนเฉินไม่น้อย รู้สึกผิดกับตระกูลเย่ของเขาจริงๆ!” หลิ่วหรูเหมยพูดแล้วทอดถอนใจ
“หรูเหมย เพราะเธอใจดีเกินไปเมื่อปีนั้นถึงได้ถูกคนวางแผนร้ายใส่จนมีเรื่องกับเย่เทียนเฉิน ไปเถอะ พวกเราส่งคนไปตรวจสอบอย่างลับๆ ก็พอแล้ว!” หย่งชุนไท่พูดแล้วส่ายหน้า
หย่งชุนไท่และหลิ่วหรูเหมยจากไปแล้ว ส่วนเย่เทียนเฉินกำลังผิวปากเดินทอดน่องอยู่บนถนน มุ่งหน้าไปยังประตู มุมปากคาบบุหรี่มวนหนึ่ง กำลังคิดว่าจะตรวจสอบเรื่องที่ถูกใส่ร้ายอย่างไรดี เรื่องนี้จะต้องทำให้กระจ่างชัดให้ได้ กล่าวได้ว่าเป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เย่เทียนเฉินเคยได้รับ เย่เทียนเฉินที่เคยเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับพระเจ้า เป็นคนที่มีแค้นต้องชำระ ลูกผู้ชายควรจะเป็นเช่นนี้ เมื่อจัดการกับคนถ่อยย่อมไม่จำเป็นต้องออมแรง
ในขณะที่เย่เทียนเฉินที่เดินเอ้อระเหยอยู่นั้น เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ในสถานที่แห่งหนึ่ง จะมีสาวสวยคนหนึ่งและหญิงชราคนหนึ่งกำลังพูดคุยเกี่ยวกับตนเองอยู่ สองคนนี้ก็คือหลิงอวี่สวิ๋นและย่าขู่
“ย่าขู