นเฉินมองหลิ่วหรูเหมย พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สำหรับหลิ่วหรูเหมยแล้ว หากตอนนั้นไม่ใช่เพราะเย่เทียนเฉินเกิดนึกสนุก ต้องการใช้โอกาสนี้ไปเปิดหูเปิดตาผู้มีพลังพิเศษที่ประเทศ M อีกทั้งยังได้ตอบรับภารกิจจากชางหลางไปแล้ว เย่เทียนเฉินคงไม่มีทางคุ้มครองหลิ่วหรูเหมยไปแน่ หลังจากที่กลับประเทศมา ระหว่างหลิ่วหรูเหมยและเย่เทียนเฉินก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก ถึงแม้เรื่องเมื่อปีนั้นจะทำให้มีความเข้าใจผิดกัน แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถเป็นดั่งเพื่อนสนิทหรือกระทั่งพูดคุยกันได้ หากทำเช่นนั้นก็จะรู้สึกกระอักกระอ่วน
หลิ่วหรูเหมยมองเย่เทียนเฉินแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “นายคิดว่าฉันอยากมาหานายหรือไง? หลงตัวเองเกินไปแล้ว!”
“ในเมื่อไม่อยากมาหาฉัน ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ลาก่อน!” เย่เทียนเฉินยักไหล่ หมุนตัวทำท่าจะเดินไป
ไหนเลยจะรู้ว่า เย่เทียนเฉินเพิ่งจะหมุนตัวไป หย่งชุนไท่ก็ขวางหน้าเขาเอาไว้ เย่เทียนเฉินมันให้ความเคารพหย่งชุนไท่มาก คนเพียงคนเดียวต่อให้จะแข็งแกร่งขนาดไหน ก็ไม่อาจไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่อาจเย่อหยิ่งอวดดี คนประเภทนั้นจะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริงโดยเด็ดขาด
“หย่งชุนไท่ ผมไม่อยากลงมือกับคุณ แต่คุณก็อย่ามาบีบบังคับผม!” เย่เทียนเฉินมองอีกฝ่ายแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“บางทีถ้าลงมือขึ้นมาจริงๆ ฉันคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเด็กหนุ่มอย่างเธอหรอก แต่ว่าครั้งนี้พวกเราต้องการเป็นพันธมิตรกับเธอ หรือจะกล่าวให้ชัดเ