ด้วยตนเอง ไปขอโทษถึงบ้าน!” เย่เทียนเฉินมองย่าขู่แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“เธอ…กล้าดีนี่ แต่ไหนแต่ไรมายังไม่มีใครกล้ามาบอกให้ฉันขอโทษมาก่อน เธอเป็นคนแรก ฉันก็จะตอบรับคำขอของเธอ รอให้เธอชนะคุณชายใหญ่ได้เสียก่อนก็มาหาฉันที่ตระกูลหลิง เงื่อนไขก็คือเธอต้องสามารถเข้ามาที่ประตูหน้าของตระกูลหลิงได้!” ในที่สุดย่าขู่ก็พูดขึ้นแล้วพยักหน้า
“งั้นก็ดีครับ ตระกูลหลิง จะช้าจะเร็วก็ต้องมีสักวันหนึ่งที่จะได้ไปเยือน!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อหลิงอวี่สวิ๋นส์และย่าขู่จากไปแล้ว เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ ถึงแม้ว่าเขาจะมองออกว่าหลิงอวี่สวิ๋นไม่อยากไป ไม่สามารถทิ้งเขาไว้ได้ แต่ตอนนี้เย่เทียนเฉินรับรู้ได้ว่า บางทีหลิงอวี่สวิ๋นคงเป็นอย่างที่เสี้ยวหยาพูดจริงๆ ไม่ได้มีเพียงมิตรภาพในวัยเด็กต่อตนเองเท่านั้น แต่ยังคงมีความรักอยู่บ้างเล็กน้อย ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงพูดกับหลิงอวี่สวิ๋นเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
“ไม่เป็นอะไรหรอก รอฉันอยู่ที่บ้านนั่นแหละ เมื่อถึงเวลาฉันจะไปหาเธอเอง พวกเราก็จะได้เล่นด้วยกันอีกครั้ง ไปเรียนด้วยกันอีก!”
ดูเหมือนจะเป็นคำพูดที่เรียบง่ายและเรียบเฉย แต่กลับทำให้หลิงอวี่สวิ๋นสะอึกสะอื้น สะอึกสะอื้นจนไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้ น้ำตาไหลออกมาจากหางตาทั้งสอง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า มีสีหน้ามีความสุข เธอสามารถรับรู้ได้ถึงความสำคัญที่เย่เทียนเฉินมีต่อตน อย่างน้อยในใจของเย่เ