รอยยิ้ม
“รู้แล้วครับคุณแม่ ผมจะไปเดี๋ยวนี้!” เย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆ แล้วพูดขึ้น
“แม่คะ อีกเดี๋ยวค่อยกินข้าวเถอะ หนูรับพี่ไม่ได้จริงๆ…” เย่เชี่ยนเหวินทำปากยู่ กำหมัดแน่นแล้วไล่ตีเย่เทียนเฉินต่อไป
“พวกเธอสองพี่น้องเหมือนกับเด็กๆ เลย…”
หลัวเยี่ยนพูดพลางหัวเราะ ยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอส่ายหน้าแล้ววางตะเกียบในมือลง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปที่ประตู เมื่อเปิดประตูออกก็มองไปว่าเป็นใครถึงได้มาหาดึกดื่นขนาดนี้ ในตอนที่หลัวเยี่ยนเปิดประตูคฤหาสน์ออกไปนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
เย่เทียนเฉินและเย่เชี่ยนเหวินนั้น ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันอยู่ แต่เมื่อได้ยินเสียงหลัวเยี่ยนเปิดประตูแล้วไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีก ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ
“แม่คะ ใครเหรอ คุณพ่อกลับบ้านแล้วใช่หรือเปล่าคะ?” เย่เชี่ยนเหวินมองไปยังเย่เทียนเฉินครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปที่ประตู
“ใช่แล้ว งั้นพวกเราก็เปิดเหล้ากันขวดหนึ่งดื่มฉลองกับคุณพ่อสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินเองก็พูดด้วยรอยยิ้ม
ไหนเลยจะรู้ว่า ในตอนที่เย่เทียนเฉินและเย่เชี่ยนเหวินเดินไปถึงประตูคฤหาสน์ จะพบว่าหลัวเยี่ยนยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ กระทั่งมีท่าทีโกรธเคืองเล็กน้อย เบื้องหน้าของหลัวเยี่ยนมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เป็นผู้หญิงที่งดงามเป็นอย่างมาก ต่อให้มาเยือนในเวลาค่ำคืน ก็ไม่สามารถบดบังใบหน้าอันงดงามของผู้หญิงคนนี้ได้เลย
“เธอเองเหรอ?” เย