วันนั้นห้าโมงเย็น เมื่อหลิงอวี่สวิ๋นและเสี้ยวหยาเดินออกมาจากประตูมหาวิทยาลัยหลงเถิง ก็เห็นเย่เทียนเฉินถือถังไอติมอันใหญ่อยู่ในมือ ตักกินเข้าไปคำใหญ่ ยืนพิงอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งบริเวณประตูมหาวิทยาลัย ไม่รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ต่อให้รอบด้านจะมีนักศึกษาชายหญิงเดินผ่านทางมาและจำเย่เทียนเฉินที่เป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลได้ พากันชี้ไม้ชี้มือมา แต่เย่เทียนเฉินก็ยังกินต่อไป คนอื่นจะมีท่าทางยังไงก็เรื่องของเขา
“นายอย่าบอกนะว่า ตอนสี่โมงที่นายโทรมาหาพวกเราก็เริ่มกินแล้ว?” เสี้ยวหยาอ้าปากกว้างอย่างเกินจริง มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ไม่ใช่ว่าเริ่มกิน แต่กินมาตลอดไม่ได้หยุด ถ้าพวกเธอยังไม่ออกมาอีก ฉันก็ว่าจะไปซื้อไอติมมาอีก!” เย่เทียนเฉินกินไปพลางพูดไปพลาง
“ฉัน…อับจนคำพูดกับนายจริงๆ!”
หลิงอวี่สวิ๋นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีจริงๆ เย่เทียนเฉินเป็นเพื่อนสมัยเด็กของตน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปี แต่ความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมนั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลง ไม่ว่าเย่เทียนเฉินจะรู้สึกอย่างไร แต่ตัวหลิงอวี่สวิ๋นนั้น ยังคงรู้สึกเหมือนกับในวัยเด็กทุกอย่าง ระหว่างเธอกับเย่เทียนเฉินไม่มีอะไรมากั้น
ตั้งแต่ที่ได้พบกับเย่เทียนเฉินจนถึงตอนนี้ นอกจากความจนใจและความหดหู่ที่เธอมีต่อเย่เทียนเฉินแล้ว ที่เหลือก็เป็นความตกตะลึงและความยินดี จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า เย่เทียนเฉินที่เคยฉี่รดที่นอนในวันนั้น ต