้มขมขื่นขึ้น พูดพึมพำกับตัวเอง
ความจริงแล้ว จนถึงตอนนี้หลิงอวี่สวิ๋นก็รู้สึกตกใจกับตัวเอง ตั้งแต่ได้พบกับเย่เทียนเฉินอีกครั้ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงช่วงเวลาในวัยเด็กที่เล่นด้วยกันอย่างมีความสุข บางทีหากจะพูดเช่นนี้คงไม่มีใครเชื่อ คนเราเมื่อเติบโตขึ้นมาแล้ว ช่วงเวลาในวัยเด็กจะยังจำได้อย่างไร? ต่อให้จำได้ ก็คงไม่ติดใจอะไรขนาดนั้น แต่หลิงอวี่สวิ๋นไม่อาจควบคุมตนเองได้จริงๆ หลายวันนี้ในสมองต่างก็มีภาพของเย่เทียนเฉิน
ยิ่งไปกว่านั้นเย่เทียนเฉินที่เคยฉี่รดที่นอนคนนั้น ในตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาแล้ว เป็นผู้ชายที่มีความกล้าหาญคนหนึ่ง มีฝีมือไม่ธรรมดา มีความหล่อเหลามาดเท่ เป็นคนที่มีนิสัยอันธพาลจนทำให้คนอื่นต้องร้องไห้โดยไร้น้ำตา
ชั่วขณะที่หลิงอวี่สวิ๋นเหม่อลอยอยู่นั้น หญิงชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวอยู่ข้างกายของหลิงอวี่สวิ๋น ให้ความรู้สึกว่ากระทันหันเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
“คุณหนู คนเมื่อกี้นี้คือเย่เทียนเฉินเหรอคะ?” หญิงชรามองหลิงอวี่สวิ๋นแล้วถามขึ้น
“ย่าขู่ ยะ ย่ามาได้ยังไงคะ?” หลิงอวี่สวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอย่างตกตะลึง
“ดูแล้วคนคนนี้คงจะเป็นเย่เทียนเฉิน คุณหนู นายท่านให้ดิฉันมาบอกคุณว่า อย่าได้ใกล้ชิดกับเย่เทียนเฉินมากเกินไป เขาไปหาเรื่องยุ่งยากมากมาย คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน!” หญิงชราเอ่ยปากด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“อะไรนะ? ย่าขู่ หนูรู้ว่าเย่เทียนเฉินไปล่วงเกินตร