มจริงแล้ว ตระกูลหลิงก็เป็นเช่นเดียวกับตระกูลเย่ ไม่ใช่ตระกูลใหญ่โตอะไรในเมืองหลวง แต่มีแนวโน้มว่าทั้งสองตระกูลจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอย่างช้าๆ ได้ จนกระทั่งตอนนี้ตระกูลหลิงกลายเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะสั่นสะเทือนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ แต่ตระกูลเย่กลับตกต่ำลง ตกต่ำลงจนสามารถพูดได้ว่าเละไม่เป็นท่า ตกต่ำจนถึงระดับที่ไม่สามารถช่วยได้แล้ว
หลังจากที่เย่เทียนเฉินกลับมาเมืองหลวง ทุกเรื่องที่กระทำต่างก็ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน มีคนที่มองตะกูเย่ในแง่ดี คิดว่าบางทีตระกูลเย่อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาได้เพราะการกลับมาของเย่เทียนเฉิน แต่คำพูดของย่าขู่กลับทำให้หลิงอวี่สวิ๋นเป็นห่วงขึ้นมา ตระกูลเย่ไม่มีที่พึ่งใหญ่อะไรจริงๆ หากมีที่พึ่งพิง เมื่อมีปัญหา ก็จะสามารถทำให้เรื่องสงบลงไปได้ และรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีที่พึ่งพิงเมื่อมีปัญหาขึ้นมา ก็คงจะมีเพียงเส้นทางแห่งความตายให้เดินเท่านั้น
“แต่ว่า…” หลิงอวี่สวิ๋นยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ อดไม่ได้ที่จะกังวลเรื่องของเย่เทียนเฉินและตระกูลเย่
“ไปกันเถอะค่ะคุณหนู เรื่องนี้ไม่ใช่อะไรที่คุณจะสอดมือเข้าไปยุ่งได้…อย่าทำให้เกี่ยวพันไปถึงตระกูลหลิงเลย ไม่งั้นคุณจะกลายเป็นคนที่ทำผิดต่อตระกูลหลิง!” ย่าขู่พูดพลางจับมือของหลิงอวี่สวิ๋น เดินไปทางรถซีดานที่อยู่ด้านข้าง
“ไม่…หนูไม่อาจทนเห็นเขาตายได้ หนู…” ทันใดนั้นหลิงอวี่สวิ๋นคิดถึงฉากหนึ่งขึ้นมา คิดถึงภา