!” จู่ๆหลิงอวี่สวิ๋นก็คิดถึงคุณชายใหญ่ขึ้นมา จึงกล่าวเตือนกับเย่เทียนเฉินอย่างจริงจัง
“อ้อ? ตกลงคุณชายใหญ่นี่มันเป็นใครกัน?” เย่เทียนเฉินถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดพลางส่ายหน้า
“จะเป็นไปได้ยังไง? คนที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง จะถึงกับไม่มีใครรู้ว่าเขาชื่ออะไร ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง นี่มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ!” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
หลิงอวี่สวิ๋นมองเย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยาที่รู้สึกสงสัย จากนั้นจึงหยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อว่า “คุณชายใหญ่เป็นใครนั้น ไม่มีใครรู้จริงๆ รู้แต่ว่าตำแหน่งของเขายังสูงกว่าเซวียนเยวี๋ยนเถิงและโอวหยางเฟยอวิ๋น ถ้าพูดให้ชัดเจนสักหน่อยก็คือ เซวียนเยวี๋ยนเถิงและโอวหยางเฟยอวิ๋นเป็นได้แค่ลูกน้องของคุณชายใหญ่เท่านั้น จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของคุณชายใหญ่”
“งั้นเหรอ? คุณชายใหญ่คนนี้ ได้รับตำแหน่งหัวหน้าของสามคุณชายได้ยังไง?” เย่เทียนเฉินถามต่อไป
“เรื่องนี้ก็ไม่ชัดเจนนัก เพียงแต่ลือกันว่าเมื่อสองปีก่อน เซวียนเยวี๋ยนเถิงและโอวหยางเฟยอวิ๋นทำตัวระรานอยู่ในมหาวิทยาลัยหลงเถิง เพราะอยากที่จะเป็นเจ้าถิ่นคุมมหาวิทยาลัย และกลายเป็นคนที่อยู่ในจุดสูงสุด การต่อสู้ของทั้งสองจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งในทางลับทางแจ้งก็ประมือกันมาหลายครั้งแล้ว มีแพ้มีชนะ แต่ในตอนนั้นชายสวมแว่นกรอบทองซึ่งเป็นคนที่นายพบคนนั้นแหละ เขามีฉายาว่าโหมวซู คนคนนี้ได้ปรากฏตัวออกม