และยังคงเป็นเอกวิชาที่ไม่ได้รับความนิยมเช่นนี้ที่มีอาจารย์สาวสวยผู้ลึกลับคนหนึ่ง ยิ่งทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกสนใจ
ในตอนที่ฉินเหยาเยว่ได้พบกับเย่เทียนเฉินเป็นครั้งที่สองขณะที่เขาเดินเข้าไปในตึกภาควิชาโบราณคดีโดยไม่รู้ตัวนั้น ฉินเหยาเยว่ได้ใช้วิชาสะกดใจกับเย่เทียนเฉิน เป็นเคล็ดวิชาโบราณประเภทหนึ่งที่ร้ายกาจเป็นอย่างมาก ขอเพียงคนที่ถูกเคล็ดวิชานี้มองดวงตาของผู้ใช้ก็จะหลงเสน่ห์โดยไม่รู้ตัว วันนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะขอบเขตพลังพิเศษของเย่เทียนเฉินได้ไปถึงขอบเขตจอมราชันแล้วจึงทำให้ภายในเลือดเนื้อมีพลังพิเศษอันแข็งแกร่งแฝงอยู่ เมื่อถูกเคล็ดวิชาสะกดใจของฉินเหยาเยว่และกำลังที่จะสูญเสียสติสัมปชัญญะอยู่นั้น พลังพิเศษภายในร่างกายก็ระเบิดออกมา หากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เกรงว่าเขาก็คงจะถูกฉินเหยาเยว่ควบคุมไปแล้ว
เกี่ยวกับฉินเหยาเยว่นั้น ในตอนนั้นเย่เทียนเฉินยังไม่ได้ลงมือเพราะเขารู้สึกสนใจ ฉินเหยาเยว่สวยและเซ็กซี่ขนาดนี้ เหตุใดถึงได้มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยหลงเถิง และยังมาเป็นที่ปรึกษาภาควิชาโบราณคดีอีกด้วย? ฉินเหยาเยว่มีฐานะที่ลึกลับอะไรกันแน่? มีจุดประสงค์อะไรถึงได้มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาภาควิชาโบราณคดี?
ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินไปถึงหน้าประตูตึกการเรียนการสอนภาควิชาโบราณคดีนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังชั้นสามโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงชะงักไปครู่หนึ่งและเดินเข้าไปในตึกการเรียนการสอน ใกล้จะเริ่มเรียนแล้ว อีกไม่น