็คไทร์ของตนกลับมามือของจากโอวหยางเฟยอวิ๋น มองไปยังโอวหยางเฟยอวิ๋นอย่างไม่พอใจแล้วกล่าวว่า “ผมไม่นับเป็นตัวอะไรได้จริงๆ ครับ คำพูดของคุณชายใหญ่คุณจะไม่ฟังก็ได้ แต่มีบางอย่างที่ผมต้องบอกต่อคุณ…”
“อะไร?” โอวหยางเฟยอวิ๋นเลยถามด้วยท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“รับผิดชอบเอง!” ชายสวมแว่นกรอบทองพูดอย่างเย็นชา
โอวหยางเฟยอวิ๋นได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ถึงแม้ว่าเขาจะโกรธมาก และไม่พอใจเป็นอย่างมาก ตนเองมีฐานะเป็นถึงคุณชายสองแห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง หากพูดถึงความเฉลียวฉลาดและอำนาจของตระกูล ย่อมอยู่เหนือเซวียนเยวี๋ยนเถิงอย่างแน่นอน ต่อให้เทียบกับคุณชายใหญ่ก็ต่างกันไม่มาก อาศัยอะไรตนเองถึงได้เป็นแค่คุณชายสอง อาศัยอะไรถึงต้องฟังคำสั่งของคุณชายใหญ่? ความจริงแล้วเขาไม่อาจกล้ำกลืนฝืนทนสิ่งเหล่านี้ได้ อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนสีหน้า อยากจะกำจัดโหมวซูตรงหน้าเพื่อระบายความโกรธเกลียดของตน
ไม่พอใจก็ส่วนไม่พอใจ ความจริงแล้วโอวหยางเฟยอวิ๋นฉลาดกว่าเซวียนเยวี๋ยนเถิงอยู่บ้างจริงๆ เขารู้ว่าครั้งนี้คุณชายใหญ่แห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิงส่งโหมวซูมาหยุดยั้งตนเอง จะต้องมีแผนการใหญ่อย่างแน่นอน ถ้าเขาไม่ฟังคำสั่ง จะต้องทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแน่ ต่อให้เขาไม่กลัวผิดใจกับคุณชายใหญ่ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่สู้ปล่อยให้คุณชายใหญ่เก็บกวาดเย่เทียนเฉิน ส่วนตนเองก็นั่งดูยังจะดีเสียกว่า
“ได้ ฉันจะไว้หน้าคุณชายใหญ่ แต่ว่าฉัน