มุมปากประดับไปด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ยังถามอีก มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ ฉันยุ่งมาก หรือว่านายไม่เห็น?” เย่เทียนเฉินทำท่าทางทนไม่ไหวออกมา และเป็นท่าทางที่โอหังเป็นอย่างมาก เขารู้ว่าชายสวมแว่นกรอบทองคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร อยากจะมาสร้างความวุ่นวายและยังเสแสร้งมากอีกด้วย เย่เทียนเฉินขี้เกียจจะเปลืองน้ำลาย
โหมวซูชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะเป็นเหมือนกับผลจากการตรวจสอบ คนคนนี้เป็นคนที่ไม่สามารถใช้เหตุผลตามปกติมาตัดสินได้ เป็นคนที่มีเอกลักษณ์อย่างมาก แล้วยังเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้
“ผมเป็นที่ปรึกษาของคุณชายใหญ่แห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง ชื่อว่าโหมวซู คุณชายใหญ่มีคำพูดที่จะให้ผมมาบอกต่อคุณ!” โหมวซูดันแว่นของตนเองขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายใหญ่แห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง? ไม่เคยได้ยินมาก่อน มีอะไรก็ให้มาบอกฉันด้วยตัวเอง อย่ามาทำเป็นเสแสร้ง!” เย่เทียนเฉินยักไหล่ พูดด้วยท่าทางสบายๆ
เสียงที่เย่เทียนเฉินใช้พูดไม่ดัง แต่เป็นเพราะตอนนี้ทุกคนต่างตกตะลึงกับสถานการณ์ตรงหน้าจึงเงียบเสียงลง ทำให้ทุกคนได้ยินคำพูดของเขา หลายคนรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ รู้สึกจิตใจแทบจะพังทลาย
สามสุดยอดคุณชายแห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง มีอำนาจชื่อเสียง ไม่กล่าวไม่ได้ว่ามีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสังคม อย่างน้อยก็ต่อมหาวิทยาลัยทุกแห่ง อย่างน้อยสำหรับเมืองหลวงแล้วล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก เป็นบุคคลที่คนธรร