เถิงจริงๆ ถึงตอนนั้นก็ยังสามารถอาศัยอำนาจของตระกูลหลิงของตนเจรจากดดันได้ แต่หากไปล่วงเกินโอวหยางเฟยอวิ๋น ตระกูลหลิงก็อับจนหนทาง เย่เทียนเฉินก็จะมีอันตรายร้ายแรง
เย่เทียนเฉินย่อมรู้ถึงความกังวลใจของเสี้ยวหยาและหลิงอวี่สวิ๋น จึงได้หันไปส่ายหน้าให้กับพวกเธอ เป็นสัญญาณว่าไม่ให้พวกเธอเข้ามา จากนั้นจึงได้พูดกับโอวหยางเฟยอวิ๋นด้วยรอยยิ้ม “เรื่องของโอวหยางเฟยอวิ๋นอย่างแก ฉันก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ฉันหวังว่าแกจะเข้าใจให้ชัดเจน ฉันเย่เทียนเฉินไม่เหมือนกับคนอื่น หาเรื่องฉัน ก็ไม่มีใครคุ้มครองก็ได้ รวมถึงบรรพบุรุษตระกูลโอวหยางของแกด้วย…”
“แก…” พริบตานั้นโอวหยางเฟยอวิ๋นโกรธจนหน้าเขียว ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใช้มือขวาชี้ไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดันแล้วกล่าวอะไรไม่ออกไปครึ่งวัน
โอวหยางเฟยอวิ๋นโอหัง บิดาจะโอหังยิ่งกว่า คุณขี้โอ่ ผมก็จะขี้โอ่ยิ่งกว่าคุณ คิดจะมาเสแสร้งเล่นละครต่อหน้าผม มันยังน้อยไปหน่อย
นิสัยของเย่เทียนเฉินก็เป็นเช่นนี้ หากจะรับมือกับคนที่คิดว่าตนเองอยู่สูงกว่าคนอื่น เขาก็จะไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย จะต้องทำลายความกําเริบเสิบสานของพวกเขาให้ดีๆ อย่าให้มีท่าทางบิดาเป็นหนึ่งในใต้หล้าเช่นนี้อีก
“อย่ามาวางท่าต่อหน้าฉัน พี่ชายไม่รับหรอกนะ ไสหัวไปซะ ใบหน้าของคุณชายสองแห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิงของแกมันยังไม่ใหญ่พอ!” เย่เทียนเฉินมองโอวหยางเฟยอวิ๋นอย่างเหยียดหยาม ทำให้โอวหยางเฟยอวิ๋นถูกสั่งสอนจนพูดอะไรไม่