ยนเยวี๋ยนเถิง แกจะต้องตายแน่นอน!” เซวียนเยวี๋ยนเถิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วตะโกนขึ้น
“ฉันคิดว่าฉันพูดไปแล้วนะ ฉันไม่อยากจะเป็นศัตรูกับแก เซวียนเยวี๋ยนเถิง…” เย่เทียนเฉินยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นแก…”
พริบตานั้นเซวียนเยวี๋ยนเถิงรู้สึกว่าเย่เทียนเฉินกำลังหยอกล้อตนอยู่ ปากบอกว่าไม่อยากเป็นศัตรูกับเขาเซวียนเยวี๋ยนเถิง แต่กลับอัดเขาจนหน้าบวมเป็นหมู น้องชายของเขาเซวียนเยวี๋ยนอวี่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ตกลงหมายความว่าอะไรกันแน่?
“เพราะว่าแกมันไม่คู่ควร ฉันคิดจะเป็นศัตรูกับตระกูลเซวียนเยวี๋ยนทั้งตระกูลของแก บางทีทำแบบนี้คงจะสนุกขึ้นสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย
“แก…”
เมื่อเย่เทียนเฉินกล่าวจบ นักศึกษาชายหญิงที่ล้อมดูจำนวนหลายร้อยคนต่างพากันสูดหายใจเย็นยะเยือก นักศึกษาชายหลายคนต่างเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมา นักศึกษาหญิงหลายคนพากันมองด้วยอาการใจเต้น เย่เทียนเฉินเท่มากจริงๆ หล่อมาก ถึงกับพูดว่าจะเป็นศัตรูกับตระกูลเซวียนเยวี๋ยนทั้งตระกูลต่อหน้าทุกคน ทำให้ยากที่จะเชื่อจริงๆ
“นี่…ไอ้หมอนี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ?”
“เป็นศัตรูกับตระกูลเซวียนเยวี๋ยนทั้งตระกูล?”
“กล้าพูดแบบนี้ออกมาถือเป็นการประกาศสงครามกับตระกูลเซวียนเยวี๋ยนแล้ว เกรงว่าจะต้องดึงดูดอันตรายครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!”
ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมาเสียงเบา พวกเขาไม่ว่าใครก็คิดไ