ียนเยวี๋ยนอย่างแกสินะ?” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ
“ไว้ชีวิตสารเลวของแกคนเดียวก็ไม่สามารถขวาทางคุณชายใหญ่อย่างฉันได้ แกก็เป็นแค่มดตัวหนึ่ง ฉันอยากจะเหยียบให้ตายยังไงก็ได้!” เซวียนเยวี๋ยนเถิงไม่รู้ว่าถูกตบจนบ้าไปแล้ว หรือว่าถูกตบจนโง่ไปแล้ว ตะโกนขึ้นมาด้วยความโอหังที่ทบทวี บางทีความเคารพในตนเองอันบอบบางของคุณชายใหญ่เซวียนเยวี๋ยนอย่างเขา คงไม่อนุญาตให้ใครก็ตามมาแตะต้อง โอหังบ้าอำนาจจนเคยชินไปแล้ว
ในตอนนี้เอง เหล่านักศึกษาชายหญิงจำนวนหนึ่งที่ดูความคึกคักอยู่ด้านข้าง ได้ยินบทสนทนาระหว่างเซวียนเยวี๋ยนเถิงกับเย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา โดยเฉพาะคนที่เมื่อก่อนมองเซวียนเยวี๋ยนเถิงในแง่ดี ยิ่งพูดคำถากถางเยาะเย้ยเย่เทียนเฉินออกมา
“ฉันก็บอกแล้วไงว่าเย่เทียนเฉินไม่ใช่คู่มือของคุณชายเซวียนเยวี๋ยน ตอนนี้รู้ตัวว่าผิดก็สายเกินไปแล้ว!”
“ต้องตายแน่นอน จะต้องตายแน่นอน คุณชายใหญ่เซวียนเยวี๋ยนเถิงไม่ได้หาเรื่องกันง่ายๆ”
“อยากจะขอโทษตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว คงต้องชดเชยด้วยชีวิต!”
ไหนเลยจะรู้ว่า นักศึกษาชายปากมากทั้งสามคนนี้เพิ่งจะพูดจบ เย่เทียนเฉินก็ยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้นักศึกษาชายปากร้ายทั้งสามคนตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี กระทั่งนักศึกษาที่ล้อมอยู่รอบๆ ก็ตกใจจนต้องสูดหายใจเย็นยะเยือก เพียงพริบตาเดียวเย่เทียนเฉินที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรกลับมาถึงด้านหน้า ไ