วกเขาที่เป็นบอดี้การ์ดทั้งสิบกว่าคนจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่กลัวตายก็เข้ามา!” เย่เทียนเฉินหันไป มุมปากระดับด้วยรอยยิ้มเย็นชา กวาดตามองไปยังบอดี้การ์ดสูทดำทั้งสิบกว่าคน
พริบตานั้น บอดี้การ์ดสูทดำทั้งสิบกว่าคนต่างหยุดชะงักอยู่กับที่ ทำได้เพียงเบิกตามองเซวียนเยวี๋ยนอวี่ดิ้นรนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเย่เทียนเฉิน กรีดร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือด เนื่องจากพวกเขาคิดถึงภาพที่ต้องทำให้สั่นสะท้าน คนเพียงคนเดียว มีดตัดฟืนเพียงเล่มเดียว แบกผู้หญิงของตนอยู่ที่ไหล่ ตวัดมีดฆ่าฟัน กระทั่งเทพเซียนก็ยังไม่อัดขวางทางได้ ฆ่าฟันกองทัพทั้งสามร้อยคนที่ใช้มีดตัดฟืนจนแตกพ่าย นี่เป็นความเก่งกว่าระดับไหนกัน เพียงแค่คิดก็สามารถทำให้เลือดอันร้อนรุ่มในกายต้องพลุ่งพล่าน และทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัวจนส่วนลึกของจิตใจต้องสั่นสะท้าน
“ช่วย ช่วยฉันด้วย…” เซวียนเยวี๋ยนอวี่เห็นบอดี้การ์ดแห่งตระกูลเซวียนเยวี๋ยนของตนเองทั้งสิบกว่าคนถูกเย่เทียนเฉินทำให้ตกใจไปแล้ว ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าพุ่งเข้ามาช่วยเหลือตน จึงยิ่งตะโกนเสียงดังด้วยความหวาดกลัว
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง ปีกยังไม่ทันแข็งก็คิดจะบินซะแล้ว คิดที่จะรังแกคนอื่น จะรออีกสักหลายปีไม่ได้หรือไง? ฆ่าแกคนเดียวก็สามารถนำความสงบสุขมาให้คนอื่นอีกมากมาย ฉันก็เต็มใจที่จะเป็นคนชั่ว!” เย่เทียนเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสงบนใบหน้าของเย่เทียนเฉิน เซวียนเยวี๋ยนอว