แกร่งมาก แต่ถ้านายมองตระกูลเซวียนเยวี๋ยนเป็นคู่ต่อสู้ระดับเดียวกับตระกูลฉินและตระกูลลั่วก็ผิดแล้ว!” อู๋เสวี่ยมองเย่เทียนเฉินแล้วกล่าวขึ้น
“ในสายตาของฉันเย่เทียนเฉิน ไม่มีอะไรถูกผิด มีแต่กำปั้นเท่านั้น นายมีเหตุผล ฉันยอมให้นาย นายไม่มีเหตุผล ฉันก็จะอัดนาย ง่ายๆ แค่นี้เอง!”
กล่าวจบก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทำให้อู๋เสวี่ยตะลึงงัน รู้จักเพียงทำตามหลักการโดยไม่สนใจตัวคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหากกล้ามาหาเรื่องก็จะถูกกำปั้นตอบโต้เท่านั้น นี่เป็นนิสัยแบบไหนกัน กระทั่งตนเองพี่เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงก็ไม่อาจไม่นับถือ
“พี่ใหญ่!”
ทันใดนั้น อู๋เสวี่ยคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น หันหน้าให้แผ่นหลังของเย่เทียนเฉิน ประสานหมัดคารวะ ท่าทางจริงจังเป็นอย่างมาก เย่เทียนเฉินที่หันกลับมามองอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ในใจคิดว่านี่มันเล่นอะไรกัน?
“นายหมายความว่าอะไร?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมอยากติดตามพี่ใหญ่ บุกยึดใต้หล้านี้ไปด้วยกัน!” อู๋เสวี่ยมองเย่เทียนเฉินอย่างจริงจังแล้วพูดขึ้น
“บุกยึดใต้หล้า? ฉันไม่มีความทะเยอทะยานแบบนั้นหรอก ฉันก็แค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับครอบครัวเท่านั้นเอง!” ในใจของเย่เทียนเฉินรู้สึกหวั่นไหว แต่กลับยังคงพูดออกมาพลางมองไปที่อู๋เสวี่ยอย่างเรียบเฉย
“พี่ใหญ่ โปรดอภัยที่ผมต้องพูดตรงๆ ตอนนี้คุณได้กลายเป็นอุปสรรคของเมืองหลวงไปแล้ว ทุกกลุ่มอำนาจอิทธิพลต่างก็ให้ความสนใจ หา