าจอะไร เป็นไปได้มากว่าจะเดินไปได้ไม่ไกลก็จะตาย แล้วนายเองก็จะตายด้วย!” เย่เทียนเฉินมองอู๋เสวี่ยแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมอู๋เสวี่ยเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ความตายสำหรับผมแล้วไม่ได้น่ากลัวอะไร สิ่งที่น่ากลัวก็คือไม่ได้มีการต่อสู้ที่ทำให้เลือดร้อนตื่นเต้น” อู๋เสวี่ยยังคงมองเย่เทียนเฉินด้วยความแน่วแน่
กล่าวตามจริง เย่เทียนเฉินยังคงคิดอยากจะสร้างอำนาจเป็นของตนเองอยู่บ้าง อยากจะเล่นกับพวกที่ได้ชื่อว่าเป็นอำนาจใหญ่ตระกูลใหญ่เหล่านี้ดูสักหน่อย เพื่อไม่ให้พวกเขาคิดว่าตระกูลเย่ของตนรังแกได้ง่ายเข้าจริงๆ หากพูดถึงตัวเลือกที่จะใช้ในการสร้างอำนาจของตน อู๋เสวี่ยย่อมนับรวมอยู่ในนั้นด้วย มีสมองอันชาญฉลาด มีฝีมืออันแข็งแกร่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือก็ทำเรื่องราวอย่างมีหลักการของตนเอง เย่เทียนเฉินชอบคนที่ทำอะไรมีหลักการแบบนี้มาก
“งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน พวกเรามาพนันกันเป็นไง?” ทันใดนั้นเย่เทียนเฉินยิ้มออกมาอย่างนึกสนุกแล้วเอ่ยขึ้น
“พนัน? พนันอะไรครับ?” อู๋เสวี่ยเอ่อด้วยความสงสัย
“ถ้าหากว่าภายในสามเดือนนี้ นายสามารถรวบรวมยอดฝีมือที่มีความสามารถไม่เลวได้กลุ่มหนึ่ง ฉันก็จะรับนายมาเป็นน้อง ให้นายติดตามฉันไปท้าทายุทธภพด้วยกัน หากว่าทำไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากจะเห็นนายปรากฏตัวอีก!” เย่เทียนเฉินพูดพลางมองอู๋เสวี่ย มุมปากปรากฏรอยยิ้มออกมา
อู๋เสวี่ยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่าในใจเขาจะรู้สึกยินดีมาก เพราะเขาเช