ของเธอกำลังพูดคุยกับลูกสาวด้วยรอยยิ้ม จึงรู้ได้ว่าเสี้ยวหยาไม่ได้บอกเรื่องเมื่อวานกับแม่ และไม่อยากให้แม่รู้ เสี้ยวหยาเป็นผู้หญิงที่จิตใจดีและรู้ความคนหนึ่ง
“อ้อ ใช่แล้ว ตอนบ่ายถึงจะมีเรียน พวกเธอก็ดูเหมือนว่าจะมีเรียนตอนบ่าย พอถึงเวลาพวกเราก็ไปมหาวิทยาลัยด้วยกันเถอะ!” เย่เทียนเฉินได้สติกลับมาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม
“เทียนเฉิน ลำบากเธอจริงๆ ต้องวิ่งมาดูน้าอีกแล้ว!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดด้วยรอยยิ้มเมตตา
“คุณน้าครับ ผมกับหยาเอ๋อร์เป็นเพื่อนสนิทกัน นี่เป็นเรื่องที่สมควรทำแล้ว วันนี้คุณดูท่าทางไม่เลวเลยนะครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานร่างกายก็จะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ จะต้องใส่ใจพักผ่อนให้มากๆ กินอาหารให้มากๆ นะครับ!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าๆ อาการป่วยของน้า น้าย่อมรู้ตัวเองดี ขอเพียงเธอดีต่อหยาเอ๋อร์ให้มากน้าก็วางใจแล้ว วันหลังก็ขอมอบหยาเอ๋อร์ให้เธอดูแล…”
“แม่ แม่พูดอะไรกันคะ…”
เสี้ยวหยาอดไม่ได้ที่จะใบหน้าแดงระเรื่ออย่างไร้เดียงสา มองไปที่แม่แล้วพูดขึ้น
……………………….