งกายแบบนี้ เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบๆ มุมปากของเซวียนเยวี๋ยนเถิงพลันปรากฏรอยยิ้มเย็นชา หันไปมองชายผู้รนหาที่ตายแวบหนึ่งแล้วพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “พวกแกกล้ามาวิพากษ์วิจารณ์ฉันเซวียนเยวี๋ยนเถิง คิดว่ามีกี่ชีวิตกัน?”
“นาย…” ชายที่พูดจาไม่ดีต่อเซวียนเยวี๋ยนเถิงอดไม่ได้ที่จะชะงักไป ในใจรู้สึกโมโห คิดว่าเซวียนเยวี๋ยนเถิงโอหังบ้าอำนาจจริงๆ พวกตนก็ออกมาเที่ยวบ่อยๆ หากจะพูดว่าไม่มีความสามารถก็ไม่ได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเซวียนเยวี๋ยนเถิงคนนี้จะหยิ่งยโสโอหังจนถึงขั้นนี้ได้ คนอื่นซุบซิบกันอยู่ด้านข้างประโยคหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ได้เอ่ยชื่อแซ่ เขาก็พูดจาขู่ฆ่าขึ้นมาแล้ว
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ชายที่พูดจาไม่เข้าหูคนนั้นที่ถูกเซวียนเยวี๋ยนเถิงคุกคามข่มขู่จนรู้สึกไม่พอใจ กระทั่งคนอื่นๆ เองก็รู้สึกว่าเซวียนเยวี๋ยนเถิงจะโอหังเกินไปแล้ว ทุกคนยังไม่ทันได้พูดอะไรเพียงแค่วิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความประหลาดใจเท่านั้น และยังไม่ได้พูดจาว่าร้ายเซวียนเยวี๋ยนเถิง อย่างมากที่สุดก็แค่ไม่ได้พูดเข้าข้างเขา เขาก็ขู่จะฆ่าขึ้นมา ช่างโอหังบ้าอำนาจถึงขีดสุด
“ฆ่ามัน!”
พริบตาต่อมา เซวียนเยวี๋ยนเถิงพูดจาโอหังยิ่งกว่าเดิมออกมาอีกครั้ง เพียงเพราะประโยคเดียวเท่านั้น เพียงเพราะประโยคเดียวที่เขาไม่พอใจ ก็จะฆ่าคนแล้ว ต้องการฆ่าชายที่พูดคุยอย่างประหลาดใจเพราะไม่รู้จักเขา
“นาย…เซวียนเยวี๋ยนเถิง ต่อให้ต