ๆ ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนถึงขั้นกล้าฆ่าคนตามใจชอบ
“หึ ฉันเซวียนเยวี๋ยนเถิงไม่ได้ออกมาเดินเล่นแค่แป๊บเดียว ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนที่ลืมฉันไปแล้ว ตอนนี้ฉันจะทำให้ทุกคนรู้ว่า ฉันเซวียนเยวี๋ยนเถิงมีฐานะเป็นหนึ่งในสามคุณชายแห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะมาหาเรื่องด้วยได้!” เซวียนเยวี๋ยนเถิงสูบซิการ์ไปเฮือกหนึ่ง จากนั้นจึงพูดออกมาเสียงเย็น
ไม่มีใครกล้าพูด ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก มีชายที่นอนจมกองเลือดอยู่นั้นเป็นบทเรียนแล้วยังจะมีใครกล้าพูดอะไรออกมามั่วๆ อีกหรือ? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง? สิ่งสำคัญก็คือเซวียนเยวี๋ยนเถิงที่เหมือนกับคนบ้าคนหนึ่ง ไปล่วงเกินไม่ได้จริงๆ
เซวียนเยวี๋ยนเถิงพูดจบ มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มโหดเหี้ยมขึ้น กวาดตามองไปยังทุกคนที่อยู่ที่นี่ จากนั้นจึงพูดต่อไปด้วยความไม่สบอารมณ์ “ถึงแม้ว่าฉันจะไม่อยู่ในเมืองหลวง แต่ก็ได้ยินว่ามีคนกล้ามาต่อต้านฉันในตอนที่ฉันไปจากเมืองหลวงแล้ว ชื่อของมันก็คือเย่เทียนเฉิน บางทีในหมู่พวกแกคงจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่ฉันอยากจะบอกพวกแกเอาไว้ว่า เมื่อผ่านพ้นวันนี้ไป พวกแกจะไม่ได้ยินชื่อเย่เทียนเฉินอีก มันตายแล้ว!”
“อะไรนะ? เย่เทียนเฉิน?”
“ไอ้หมอนี่ไม่ใช่ตัวตลกของเมืองหลวงหรือไง? ทำไมไปหาเรื่องคุณชายเซวียนเยวี๋ยนได้”
“พวกแกจะไปรู้อะไร ตั้งแต่กลับมาที่เมืองหลวง ทุกเรื่องที่เย่เทียนเฉินทำต่างก็ทำให้ต้องตกตะลึง ได้ยินว่าการที่ตระกูลฉินและตระกูลลั