เทียนเฉิน…นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม…” เสี้ยวหยาลืมตาขึ้นมาด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง มองใบหน้าอันน่ากลัวของเย่เทียนเฉิน ดวงหน้างดงามของเธอปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
“ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร พวกเราออกมาแล้ว ฉันพาเธอออกมาแล้ว เธออดทนอีกหน่อยนะ ฉันจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล” เย่เทียนเฉินเห็นว่าเสี้ยวหยาได้สติขึ้นมา จึงกล่าวออกมาด้วยความวางใจ
“นาย…นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว…” เสี้ยวหยาพูดจบก็หมดสติไปอีกครั้ง ได้เห็นเย่เทียนเฉินที่ปลอดภัยไร้สารอันตราย เสี้ยวหยาก็มีความสุขมากแล้ว เธอคิดว่าเย่เทียนเฉินดีต่อเธอเหลือเกิน เธอติดหนี้เขามากเหลือเกิน
“หยาเอ๋อร์ หยาเอ๋อร์…”
เย่เทียนเฉินร้องเรียกชื่อของเสี้ยวหยา เขารู้ว่าเสี้ยวหยาอ่อนแอมาก ไม่รู้ว่ามีดตัดฟืนเล่นนั้นฟันโดนตรงไหน ทั่วทั้งร่างต่างเต็มไปด้วยเลือด เขาอุ้มเสี้ยวหยาขึ้นมาเตรียมจะจากไป แต่กลับถูกตำรวจหน่วยรบพิเศษขวางเอาไว้
“ขอเชิญคุณกลับไปกับพวกเราด้วยครับ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเราไม่สามารถปล่อยให้คุณไปได้” ตำรวจหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งเอ่ยปากออกมาอย่างจริงจัง
“ไสหัวไป ถ้าหากเพื่อนของฉันเป็นอะไรขึ้นมา พวกคุณคงรับผิดชอบไม่ไหว รวมถึงหลูเซิ่งต๋าด้วย” เย่เทียนเฉินกล่าวออกมาเสียงดัง
ตำรวจหน่วยรบพิเศษคนนั้นตกใจจนชะงักไป จากนั้นจึงเอ่ยปากขึ้นอีก “พะ พวกเราเรียกรถพยาบาลแล้ว คิดว่าอีกไม่นานก็จะมาถึง”
“ไสหัวไป!”
ตอนนี้เย่เทียนเฉินจิตใจสับสนเป็นอย่างมาก เขากลัวว่าเสี้ยวหยา