ขับรถมาอีก!”
เย่เทียนเฉินพาเสี้ยวหยาไปวางไว้ที่ตำแหน่งข้างคนขับอย่างระมัดระวัง ส่วนตัวเองก็เข้าไปนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ ในตอนที่กำลังจะขับรถออกไปนั้น เย่เทียนเฉินก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงกวักมือเรียกหลูเซิ่งต๋า อีกฝ่ายจึงรีบวิ่งเข้ามา
“คุณชายเย่ มีอะไรจะสั่งหรือครับ?” หลูเซิ่งต๋าเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณพาคนไปจัดการอาหู่ซะ ส่วนเซวียนเยวี๋ยนเถิงผมจะทำให้มันได้รู้ซึ้งเอง” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย
ในขณะที่หลูเซิ่งต๋าอึ้งอยู่นั้น เย่เทียนเฉินก็ขับรถจากไปด้วยความเร็ว หลูเซิ่งต๋าเช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก โชคดีที่คุณชายท่านนี้ไม่ได้โกรธจริงๆ ไม่งั้นตนเองคงไม่จบแค่สูญเสียตำแหน่ง แต่เป็นไปได้มากว่าจะสิ้นชีพไปด้วย
“ผู้อำนวยการหลู จะปล่อยเขาไปแบบนี้เหรอครับ?” ตำรวจนายหนึ่งถามด้วยความหวาดกลัว
“อะไรที่ไม่ควรพูดก็อย่าไปพูดให้มันมากความ ไสหัวไปจัดการซะ” หลูเซิ่งต๋าหันไปถลึงตามองอย่างดุดัน แล้วเอ่ยปากพูดกับตำรวจชั้นผู้น้อยที่ไม่รู้ความคนนั้น
“ผู้อำนวยการหลู นี่…ครั้งนี้อย่างน้อยก็มีคนบาดเจ็บล้มตายไปร้อยกว่าคน ไอ้หนูนั่น…” นายตำรวจชั้นผู้น้อยคนนั้นถามอย่างตกใจ มีเหงื่อไหลออกมาเต็มหัว
“อะไรนะ?”
หลูเซิ่งต๋าตกตะลึง มองเงาของเย่เทียนเฉินที่ขับรถจากไปไกลแล้วด้วยความอึ้ง จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะร้ายกาจถึงขนาดนี้ อาหู่ที่เป็นลูกน้องของเซวียนเยวี๋ยนเถิงใช้คนถึงสามร้อยกว่าคน ทุกคนต่างก็ถือมีด