ั้งหน้าทั้งหลังก็มีถนนอยู่เส้นเดียว สองด้านล้อมด้วยกำแพงสูงสามเมตร ถ้าปิดทางไว้ทั้งหน้าทั้งหลัง ต่อให้มีปีกก็หนีไม่รอด” ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยานัดกันโดยลำพัง ในใจของทั้งสองมีความสุขมาก ไม่มีใครมารบกวน มีเพียงพวกเขาสองคน นี่เป็นความสุขที่พูดไม่ได้ ทั้งสองเดินทางไปกินบาร์บีคิวในซอยแคบด้วยความเบิกบานใจ แต่กลับไม่รู้ว่าวิกฤตเป็นตายกำลังค่อยๆ เข้ามาใกล้พวกเขา
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเย่เทียนเฉินได้ไปถึงในซอยแคบนั้นแล้ว ที่นี่โด่งดังมากในเมืองหลวง เย่เทียนเฉินแม้จะไม่เคยมา แต่ก็เคยได้ยินมาก่อน เป็นซอยลึกที่มองไม่เห็นปลายทาง ทันใดนั้นเย่เทียนเฉินมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
“ทำไมไม่เจอแล้วล่ะ? เมื่อก่อนก็ยังเห็นอยู่เลย จะย้ายไปตรงโน้นหรือเปล่านะ? พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ” เสี้ยวหยามองไปด้านในอย่างน่ารัก เมื่อมองไม่เห็นจึงเอ่ยปากพูดขึ้น
“ได้!”
เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ ขับรถเข้าไปช้าๆ เมื่อขับรถเข้าไปในซอยลึกแห่งนี้ถึงครึ่งซอย เย่เทียนเฉินก็ชะงักไป ซอยนี้ปากทางทั้งสองกว้าง ตรงกลางแคบ สามารถให้รถเก๋งผ่านได้คันเดียว เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การลอบโจมตี
ในตอนนี้เอง เย่เทียนเฉินได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังมาจากข้างหลัง ในขณะเดียวกันเบื้องหน้าก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น เป็นเสียงบิดคันเร่งสุดแรงที่เมื่อใครได้ฟังก็ต้องตกใจ
เสี้ยวหยาเองก็ตกตะ