ัศน์ก็ยังไม่เลวอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูร้อน สาวสวยในมหาวิทยาลัยแต่ละคนต่างสวมชุดร้อนแรง คนนั้นสวมกระโปรงสั้นจนเห็นขางามๆ คนนี้สวมเสื้อลูกไม้บางจนเห็นอกภูเขา เย่เทียนเฉินมองจนรู้สึกตาพร่า มิน่าล่ะทุกคนถึงได้บอกว่า ทุกเวลาของมหาวิทยาลัยล้วนเป็นฤดูแห่งความรัก
โดยไม่รู้ตัว ตอนที่เย่เทียนเฉินเงยหน้าขึ้นมอง เขาพบว่าได้เดินมาถึงตึกภาควิชาโบราณคดีแล้ว ในตอนที่มากับหลิงอวี่สวิ๋น เขารู้สึกได้ถึงพลังพิเศษอันแข็งแกร่ง ทำให้เขารู้สึกสงสัยมาโดยตลอดว่าตกลงแล้วเป็นใครกันแน่ที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ สามารถปล่อยพลังพิเศษออกมาครอบคลุมทั่วทั้งตัวตึกได้ กระทั่งเย่เทียนเฉินก็รู้สึกสั่นสะท้าน
คิดครู่หนึ่ง เย่เทียนเฉินก็รู้สึกว่า อาจจะเป็นไปได้มากว่าจิตใต้สำนึกของตนเองต้องการรู้ให้แน่ชัดว่าพลังพิเศษอันแข็งแกร่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่ ดังนั้นจึงเดินมาที่หน้าตึกภาควิชาโบราณคดีโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อเดินมาถึงนี่แล้วก็เข้าไปดูสักหน่อยเถอะ คราวก่อนเป็นเพราะมีหลิงอวี่สวิ๋นมาด้วย เย่เทียนเฉินจึงไม่สะดวกที่จะตามหา และไม่สะดวกที่จะใช้พลังพิเศษแห่งการรับรู้ ตอนนี้เขาอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรต้องสนใจ ต่อให้เจอกับอันตรายอะไร ก็เพียงพอที่จะรับมือได้
แต่ว่าในตอนที่เย่เทียนเฉินเพิ่งจะก้าวเดินไปและเตรียมที่จะเดินเข้าไปในตึกภาควิชาโบราณคดีนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งมีรูปร่างสูงเพรียว สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตร สวมรองเท้า